Posts Tagged ‘pagerank’
Thai Red Host.com PR2
อิอิ หลังจาก On Air ไปได้2 เดือนนะครับ Thai Red Host ก็ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าวที่สำคัญแล้วคือ PR 2 ครับ ซึ่งก็ขอบคุณทาง Google เป็นอย่างสูง แต่อย่างใดก็ตามคงต้องเพิ่ม PR ต่อไป เพื่อให้แรงตามท่านๆ ที่อยู่หน้า 1-2 นะครับ
Google Page Rank อัพเดตแล้ว
อาจจะเป็นข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับใครบางคนนะครับ ที่ Google อัพเดต PR หรือ Page Rank แล้วครับ สำหรับผมนั้นเป็นข่าวดีครับเพราะหลุดจาก Sandbox ซะที พร้อมกับได้ PR1 มาครับ บางท่านอาจจะสงสัยว่า PR คืออะไร หรือการที่ Google ทำการอัพเดต PR นั้นมีผลอย่างไรต่อเราๆ ท่านๆ กันบ้าง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ มาดูกันครับ
Page Rank หรือเรียกสั้นๆ ว่า PR คือ ค่าคะแนนความน่าเชื่อถือและความมีคุณภาพของเว็บไซท์นั้นๆ ซึ่งคิดค้นขึ้นมาโดย Google เจ้าเก่านั่นเองครับ โดยมีค่าตั้งแต่ 0 – 10 ยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งดีครับ ซึ่งค่า PR ก็แปรปรวนไปเรื่อยๆ ไม่คงที่และสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ Google มีการอัพเดตข้อมูล วันนี้ 0 ปรับทีนึงก็อาจเพิ่มไปเป็น 1 – 10 ได้เลยทีเดียว (จาก 0 ไปเป็น 3 นี่ผมว่าเก่งแล้วนะครับ) หรือในทางกลับกัน วันนี้ 8 อัพเดตทีอาจเหลือ 7 หรือน้อยกว่านั้นก็ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องชอกช้ำของคนที่ทำ SEO หรือ Web/Blog Marketing พอสมควรเลยครับ
PR นี่ก็มีผลต่อการจัดอันดับการค้นหาใน Google พอสมควรนะครับ และก็มีผลต่อการขายโฆษณาบนเว็บด้วย อย่าง Text Link Ads นี่เค้าก็พิจารณาจากค่า PR ของเว็บเราด้วย ผมเคยเอาเว็บที่มีคนเข้าเยอะ แต่มี PR แค่ 3 ไปสมัครยังไงก็ไม่ผ่านครับ แต่อีกเว็บที่คนน้อยกว่าแต่มี PR4 ดันผ่านเฉยเลย และก็ทำเงินได้ดีพอสมควรด้วย นี่ล่ะครับความสำคัญของค่า PR
ทีนี้เราจะสามารถเพิ่มค่า PR ได้ยังไงบ้าง ตรงนี้ผมขอบอกคร่าวๆ เลยนะครับว่าควรต้องทำ SEO และเว็บที่ทำต้องมีเนื้อหาที่ดีมีคุณภาพ จะเป็นภาษาอะไรก็ได้ครับ มี Backlink มากๆ และต้องเป็นลิ๊งค์ที่มีคุณภาพด้วยนะครับถึงจะดี ส่วนรายละเอียดย่อยอื่นๆ ต้องติดตามกันต่อไป
….อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าตอนนี้ค่า PR ของคุณมีเท่าไหร่กันบ้าง ผมแนะนำเว็บนี้ครับสามารถเช็คค่า PR ได้จากหลายๆ server ของ Google เลย http://www.iwebtool.com/pagerank_checker
สุดท้ายนี้ก็อย่าไปซีเรียสกับมากจนเกินไปนะครับ เพราะบางทีเราว่าเราทำ SEO ดีแล้ว ทำไม PR น้อยจัง หรืออยู่ๆ ค่า PR ก็ลดลงไป ของแบบนี้ก็ไม่แน่ไม่นอนครับ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่าครับ ^^
Smart PageRank
http://www.smartpagerank.com เวบทดสอบดูค่า PR อีกเวบหนึ่ง
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ค่า PR เวบของตัวเองนะครับ
โดยหน้าแรก ให้กรอก URL ที่ต้องการเข้าไป

มันจะ List รายชื่อ Backlink มาให้พร้อม PR ยิ่ง Backlink ของเวบเรามีค่า PR มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อเวบเราด้วยครับ ตัวอย่างของผมนี่เห็นของ พี่ไท้ Pr 4 หราเลย
จากนั้นก็จะมีหน้า Pagerank Analysis ให้เข้าไปอีก

รายละเอียดในนี้ก็จะบอกค่า PR ของ IP Datacenter อันนี้ผมก็ไม่รู้คืออะไรเหมือนกัน และส่วนตรงกลางจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเวบเราเช่น

ส่วนของเวลา Domain เรา ,Traffic ,Directories ,จำนวน Backlinks

ลงไปอีกเป็นจำนวน Value ของเวบที่ตีออกมาเป็นค่าเงินครับ
ของผมราคา $304 …..
นอกนั้นก็เป็น Code ที่สามารถนำมาแปะบน Blog เราได้ครับ ใครที่สนใจลองเข้าไปใช้ดูครับ
แถมให้กับวิธีเพิ่มค่า PR ที่อยู่ในเวบข้างต้น
You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Google PageRank คืออะไร ?
1. Google PageRank คืออะไร ?Google PageRank คือวิธีการวัดความสำคัญของเว็บเพจนับล้านๆเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ท โดยมีตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง PageRank ก็ยิ่งสูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆมีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี PageRank ต่ำกว่า
โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดย download และ install google toolbar (http://toolbar.google.com) หลังจากนั้นคุณจะสามารถดูคะแนน PR ของคุณที่จัดโดย google ได้ดังรูป

ถ้าไม่ต้องการ install google toolbar สามารถ check ค่า PageRank ได้ที่เว็บไซต์ www.pagerank.net
** หัวใจ ของ Page Rank คือ แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ ให้มาก และถ้าเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา และ เป็นเว็บที่มีค่า PR สูง ยิ่งทำให้เว็บไซต์เรามีค่า PR สูงขึ้นด้วย
2. ค่า PR นั่นแสดงค่าทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราใช่หรือไม่ ?
ค่า PR ของแต่ละเว็บเพจ ในเว็บไซต์หนึ่งๆ นั้นจะมีค่าแตกต่างกันไป ทั้งนี้ โดยมากโฮมเพจ มักมีค่า PR สูงกว่าหน้าอื่นๆ แต่ก็ไม่เสมอไป
3. Google คำนวณค่า PR อย่างไร ?
ค่า PR ถูกคำนวณ โดยจำนวนลิงก์ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ (Inbound Link) ทั้งนี้คำนึงถึงคุณภาพ (คุณภาพของลิงก์หมายถึง เว็บเพจที่ลิงก์มาหาคุณมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ ) และค่า PR ของเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณด้วย ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณมี PR สูงๆ ค่า PR ของเว็บคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงตามไปด้วย ค่า PageRank นั้นใช้วิธีการเดียวกับระบบการโหวต หนึ่งลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีค่า PR สูงเท่าใด Google ยิ่งเห็นความสำคัญของเว็บเพจนั้นๆมากยิ่งขึ้น และหากมีลิงก์มาจำนวนมากลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ ค่า PR เว็บคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
4. ทำอย่างไรถึงจะได้ค่า PR เพิ่มขึ้น ?
ค่า PR นั้นจะเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละขั้นจาก 1 ไป 2 , จาก 2 ไป 3,… , จาก 9 ไป 10 นั้น มีกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ไม่ได้เป็นลักษณะเช่น คุณมีเว็บที่เชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บไซต์ คุณจาก 50 inbound link เป็น 100 inbound link (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เว็บเพจนั้นๆอาจมีค่า PR เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น PR 3 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ค่า PR 3 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น PR 4 โดย ที่คุณมี inbound link เพิ่มจาก 100 เป็น 150 (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เสมอไป อาจต้องมี inbound link เพิ่มขึ้นถึง 200 หน่วย ค่า PR ถึงจะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นในค่า PR ในแต่ละขั้นนั้น เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ ความพยายามเป็นอย่างมาก
5. การเพิ่มหน้าเว็บเพจที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ส่งผลให้ค่า PR เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
คำตอบคือไม่ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วคือ หากคุณสามารถทำให้มีเว็บลิงก์มายังเว็บคุณได้มากขึ้นเท่าไหร่ PR ของเว็บคุณก็จะสูงมากขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้หากคุณนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในเว็บเพจนั้นๆ นั่นหมายความว่า คุณอาจได้รับการขอแลกลิงก์จากเว็บมาสเตอร์คนอื่นๆมายังเว็บไซต์คุณก็เป็นได้ ซึ่งเท่ากับเพิ่มจำนวนลิงก์ให้มากขึ้นในที่สุด
6. เนื้อหาของเว็บเพจที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ มีผลอย่างไรต่อค่า PR ?
หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บคุณ มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด Google จะพิจารณาให้ค่า PR ของเว็บคุณสูงยิ่งขึ้น
7. หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บไซต์เรามี ค่า PR ต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บไซต์เราหรือไม่ ?
การที่มีเว็บเพจเชื่อมโยงมาหาเว็บคุณจำนวนมากขึ้นนั้น โดยที่เว็บเพจนั้นๆมีค่า PR ระหว่าง 0-3 จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บคุณในทันที แต่เหมือนกับสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ยิ่งเว็บเพจที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณมีเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด ยังส่งผลดีมากกว่า เว็บเพจที่มีเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์คุณเลยแต่มีค่า PR สูง และเชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บคุณ อย่าลืมว่า PageRank เป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจหนึ่งๆเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกด้วย
8. เว็บที่มีค่า PR ต่ำๆ จะทำให้ค่า PR ของเว็บไซต์เรา ลดลงหรือไม่ ?
คำตอบคือ ไม่อย่างแน่นอน การแลกลิงก์กับเว็บไซต์ที่มีค่า PR ต่ำ (อาจเป็นเว็บที่เพิ่งเปิดตัว เป็นต้น) แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับเว็บไซต์คุณอาจทำให้ PR ของเว็บไซต์ของทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นพร้อมๆกันก็เป็นไปได้ แต่อย่าเข้าร่วมกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนลิงก์ใดๆที่เป็นการโกงเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์คุณถูกถอนออกจากฐานข้อมูลของเสิร์ชเอนจิ้นในทีสุด
9. ค่า PR เราตกลงได้หรือไม่ ?
ค่า PageRank สามารถลดลงได้ หากเว็บไซต์คุณมีจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์คุณน้อยลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงมาหาคุณมีค่า PR ลดลงก็เป็นได้
วิธีหา Traffic เพิ่มคนอ่าน Blog
การที่มีคนอ่าน Blog ของเราเยอะๆ เป็นเรื่องที่ดี เพราะคนเข้าเยอะ ก็มีโอกาสที่ Blog ของเราจะมีรายได้มากขึ้นด้วย เช่น ถ้าเราติด Adsense ก็มีโอกาสที่คนเข้ามาจะคลิ๊กเยอะ ลองคิดดูว่าถ้าทุกๆ 1000 คนเข้ามีคนคลิ๊ก 10 คน ได้เงิน 100 บาท ถ้า Blog เรามีคนเข้าแค่วันละ 10 คน ต้องรอตั้ง 100 วันกว่าจะได้ 100 บาท ใช้เวลานานเมื่อเทียบกับคนเข้าวันละ 100 คน 10 วันก็ได้ 100 บาทแล้ว หรือถ้า Blog ของเราดัง ก็อาจจะติด Ads หรือมีคนมาลงโฆษณาก็เป็นไปได้
ที่นี้การที่เราจะหา Traffic เพิ่มขึ้นนั้น มันก็ไม่ยากและก็ไม่ง่าย และก็มีหลายวิธีด้วย เพราะ Blog แต่ละประเภทก็มีสไตล์ที่ต่างกัน แต่ที่แน่ๆ มันต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้าง Blog ที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว
1. Content is king
“เนื้อหาสำคัญที่สุด” เป็นประโยคอมตะนิรันดร์กาลเลยทีเดียว ถ้าคุณต้องการผู้อ่านที่จงรักภักดีต่อ Blog คุณ แบบแฟนพันธุ์แท้ เนื้อหาของ Blog นั้นสำคัญมาก โดย Content ที่ดีนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เป็นเรื่องใหม่สดๆร้อน หรือเขียนได้ดีมากๆ หรือเป็นเรื่องที่อ่านแล้วอยากจะบอกต่อให้เพื่อนๆมาอ่านด้วย ขึ้นอยู่กับ Blog ของคุณ
2. Update Blog ของคุณอย่างสม่ำเสมอ
แนะนำว่าควรจะ Update เรื่องใน Blog ใหม่ทุกๆวัน ไม่ว่าจะสั้นหรือยาวแค่ไหน เพราะว่า Blog เกิดใหม่ๆ คนอ่านจะคอยมาดูว่า Blog คุณมีเรื่องอะไร Update บ้าง ถ้า 2-3 วันไม่มีเรื่องใหม่ๆเข้ามา เขาก็จะเบื่อ และไม่กลับมาอีกเลย ดังนั้นเมื่อเปิด Blog ใหม่ช่วงเดือนแรก ควร update ให้ได้ทุกวัน จนเมื่อคนอ่านติดแล้ว คุณจะอู้เป็น อาทิตย์ละ 2-3 เรื่อง คนอ่านก็ให้อภัยได้อยู่
แต่ก็มี Blog Guru บอกว่าจะ Update จะทุกวัน หรือทุกอาทิตย์ หรือทุกเดือน ก็แล้วแต่ ขอให้ Update เป็นเวลา สม่ำเสมอ คนอ่านจะได้กะเวลาถูก ว่าเข้ามาวันนี้ได้อ่านเรื่องใหม่ๆแน่นอน
3. เขียนเรื่องที่คุณชอบและสนใจ
เพราะไม่เช่นนั้นคุณจะไม่มีแรง ไม่มีไฟในการเขียน Blog ทุกๆวัน จะเขียน Blog ตาม Keyword เพื่อให้ได้รายได้เยอะๆนั้น เหนื่อยแน่ๆ และจะทำได้ทุกวันนั้นยากมาก เลยแนะนำให้เขียนเรื่องที่ชอบ สนใจ รู้จริง รู้ลึก เพราะจะทำให้คุณคิดเรื่องใหม่ๆได้เสมอ และคนอ่านจะรู้ได้ทันทีว่าเนื้อหาคุณน่าสนใจ รู้จริง และน่าติดตาม
4. เขียนเรื่องยาว มีประโยชน์
ใน Blog ของคุณควรจะมีเรื่องยาวประเภท Howto หรือเรื่องประเภทสอนวิธีเป็นขั้นเป็นตอน ที่เกี่ยวกับเนื้อหาหลักของ Blog เราหลายๆเรื่อง เพราะเรื่องพวกนี้จะเป็นตัวทำให้คนอ่าน “ติด” Blog ของคุณ ลูกค้าประจำจะเกิดไม่เกิด ก็อยู่ที่เรื่องยาวนี่ละ
ส่วนเรื่องย่อยๆ สั้นๆ ที่ Update บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว tips หรือเรื่องสั้นๆอื่นๆ แม้กระทั่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับ Blog ของเราเท่าไร เช่นเรื่องตลก ขบขัน ก็สำคัญ เพราะเรื่องเหล่านี้จะเป็นตัว “ดึง” คนให้เข้าเว็บคุณ ไม่ว่าจะมาจาก Search Engine หรือ link จากที่อื่น แต่ถ้าลูกค้าขาจรเยอะ แต่ไม่มีเรื่องอ่านแล้วติดใจ ก็เสียประโยชน์ ดังนั้น เรื่องยาวๆ ต้องมีไว้พอสมควร
5. Comment Blog คนอื่นบ้าง
การ Comment ที่ Blog ของคนอื่นก็มีประโยชน์ โดยเฉพาะ Blog ที่มีเนื้อหาใกล้เคียง หรือไปทางเดียวกับ Blog ของเรา เพราะว่าคนอ่าน Blog นั้นๆ ก็มักจะชอบอ่าน Blog ที่คล้ายๆกัน โอกาสที่จะกลายมาเป็นขาประจำ Blog เราก็มีสูง บางครั้งแค่ link ของเว็บเราใน Comment ของ Blog ดังๆ ก็พาคนเข้า Blog เราเป็นพันๆคนต่อวันเลยทีเดียว ถ้าเราทำให้พวกนี้เป็นขาประจำได้ 10% ก็เท่ากับว่ามีคนอ่าน Blog เราเป็นประจำ 100 คนแล้ว น่าสนไหมละครับ ดีกว่าเราเก็บตัวเงียบๆ รอ Search Engine อย่างเดียวนะครับ
แต่ว่า Comment ของคุณไม่ควรจะเป็นสแปม แบบ “สวัสดี Blog นายเจ๋ง มาเยี่ยมเราบ้างที่นี่” หรือไล่ใส่ link เรามันไปทุก Comment ในทุก post ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ Blog คนอื่นที่เนื้อหาไม่ได้ใกล้เคียงกับเราเลย
แต่ก่อนที่จะไปเปิดตัวที่ไหน ก็ขอให้ Blog เรามีเรื่องเด็ดๆ ดีๆ แบบ Howto เยอะๆก่อนนะครับ เดี๋ยว Traffic จะไหลออกไปหมด อดได้ขาประจำ
6. ให้ความสนใจกับคนที่มา comment
การที่มีคนมา comment เรื่องที่เราเขียน ไม่ว่าจะเป็นการติ ชม ถามข้อสงสัย แล้วเราโต้ตอบกลับไปมา บางครั้งคนอื่นๆที่ตามมาอ่านที่หลังก็รู้สึกได้ว่า เรื่องที่ post นั้นน่าจะดี เพราะมีคนมา comment เยอะแยะ และรู้สึกได้ว่าคนเขียนเรื่องนี้มีตัวตน เพราะมีการคุยกัน โต้ตอบกัน ยิ่งเป็นการสร้างขาประจำให้กับ Blog ของเราอีกทาง ดีกว่าปล่อยให้ comment ทิ้งไว้ โดยไม่มีการโต้ตอบจากเรา ยังไงก็หมั่นดูว่ามีใครมา comment บ้างไหม
7. มีโดเมนเป็นของตัวเอง
ถ้าคุณตั้งใจจะทำ Blog จริงจังแล้วละก็ การมี Domain Name เป็นของตัวเองนั้นก็สมควรอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสร้าง Brand ให้กับ Blog ของตัวเอง ชื่อ โดเมน ควรจะสั้นๆ จำง่ายๆ สะกดง่ายๆ ออกเสียงง่ายๆ เพราะเวลาที่คนอื่นพูด บอกต่อปากต่อปาก จะได้พูดง่ายๆ จำง่ายๆ
อีกอย่าง โดเมน .com เดี๋ยวนี้ปีละไม่ถึง 500 บาทเอง เป็นการลงทุนที่ผมว่าคุ้มค่า และควรที่จะต้องเสียเงินให้กับมัน
(หลายๆท่านอาจจะมี Blog อยู่ที่ Free Blog หลายๆที่ ที่สามารถทำเงินได้เป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือน หรือมี pagerank กระฉูด 6 – 7 คนเข้าเป็นหมื่นๆต่อวัน ท่านอาจจะข้ามข้อนี้ไปเลยก็ได้
)
8. Ping Blog, Blog Index, Blog Search Engine
มีหลายๆเว็บให้บริการ Ping Blog ของคุณ เวลาที่คุณเขียนเรื่องใหม่ๆ Blogของคุณจะทำการ Ping เพื่อบอกให้ เว็บเหล่านั้นทราบว่าคุณมีเรื่องใหม่ใน Blog แล้วนะ ซึ่ง Server ของบริการเหล่านั้นจะมาเก็บ link post ของคุณไว้ให้ Search ค้นหาได้ง่ายๆ หรือทำเป็น index ไว้เพื่อ list ว่ามี Blog ไหน update อะไรบ้าง หรือหลายๆที่ก็เป็น Search Engine ของ Blog โดยเฉพาะไปในตัวด้วยเช่น Technorati
ซึ่งผู้ใช้ที่ Search ค้นหาใน Server เหล่านั้น ก็อาจจะพบ link ของ Blog ของคุณ เป็นการดึง Traffic ที่ดีมากอีกทางนึง
9. ทำ Search Engine Optimization (SEO) ด้วย
ถึงแม้ว่าหลายๆคนอาจจะพบว่าการทำ SEO กับ Blog นั้นยุ่งยาก เสียเวลา แต่บางครั้งผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่า อย่างน้อยๆ คุณก็ควรศึกษาและทำ SEO พื้นฐานๆ ไว้ แต่อย่ามองข้ามไป เพราะถ้าคุณได้ list ใน Search Engine อย่าง Google อันดับดีๆใน keyword ดีๆแล้วละก็ ขาจรจะมากันเพียบเลยทีเดียว
10. สุดท้ายจงเขียนเรื่องที่มีประโยชน์เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ
อย่าละทิ้งการเขียนเรื่องราวดีๆ มีประโยชน์ แล้วก็แยกให้ได้ระหว่าง Blog กับ Diary ส่วนตัว
การเขียนเรื่องราวที่มีประโยชน์ จะทำให้มีคน link เข้ามาหาคุณ คนอ่านจะบอกต่อ และจะกลับมาเยี่ยมอยู่เสมอๆ และจะกลายเป็นขาประจำของ Blog คุณเพิ่มขึ้น
อีกอย่างจับพลัดจับพลู เรื่องของคุณได้ไปอยู่ใน digg , Social News หรือ Social Bookmark อื่น มากๆเข้า ดีไม่ดีคนจะเข้ามาเยอะขนาดที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ
