Posts Tagged ‘แก๊สโซฮอล์ E20’
E 20 E85 หรือ E100
January 14th, 2008 Posted 1:12 am
จากการที่ภาครัฐได้ออกมายืนยันที่จะไม่เลื่อนมาตรการยกเลิกจำหน่ายเบนซิน 95 โดยยังคงกำหนดให้จำหน่ายน้ำมัน แก๊สโซฮออล์ 95 ทดแทนตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป ทำให้ หลายๆ ฝ่ายมีความมั่นใจว่าภาครัฐมีความจริงจังที่จะผลักดันให้มีการใช้พลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ภาครัฐยังได้กำหนดเป้าหมายให้มีการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ทดแทน น้ำมันเบนซิน 91 ภายในปี 2552 เมื่อถึงตอนนั้นจะมีความต้องการใช้ เอทานอลสูงขึ้นไปถึงราว 2 ล้านลิตรต่อวัน น่าจะเป็นผลดีต่อผู้ลงทุนผลิตเอทานอลที่มีตลาดภายในประเทศรองรับผลผลิตค่อนข้างแน่นอน
ปัจจุบันโรงงานผลิตเอทานอลที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังมีผลตอบแทนค่อนข้างสูง เพราะสามารถขายเอทานอลได้ราคาสูงกว่าเทียบเท่ากับโรงงานเอทานอลที่ใช้ กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ ทำให้มีนักลงทุนใหม่ๆ หลายรายจะลงทุนสร้างโรงงานเอทานอลจากมันสำปะหลังเพิ่มเติม โดยทั้งหมดถ้าแล้วเสร็จจะมีเอทานอลออกสู่ตลาดสูงถึง 3 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ผลผลิตเอทานอลโดยรวมมีมากกว่าความต้องการในประเทศ ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและเกษตรกรที่หันไปปลูกมันสำปะหลังว่าอาจไม่ได้ราคาดีเหมือนปัจจุบัน ที่ราคามันสำปะหลังสูงถึง 1.5 – 1.7 บาทต่อกิโลกรัม
แนวทางหนึ่งที่ภาครัฐน่าพิจารณาอย่างจริงจังและเร่งด่วนเพื่อรองรับปัญาหาผลผลิตมันสำปะหลังราคาตกต่ำ คือ การส่งเสริมการใช้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับน้ำมันที่ผสมเอทานอลในสัดส่วนที่มากขึ้น เช่น น้ำมัน E20 (ผสมเอทานอลในสัดส่วน ร้อยละ 20) ปัจจุบันมีผู้ผลิตรถยนต์หลายรายที่สนใจนำรถยนต์ดังกล่าวเข้ามาจำหน่าย แต่เพราะขณะนี้ภาครัฐได้กำหนดภาษีสรรพสามิตการนำเข้ารถยนต์ลดลงจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 20 แต่ภาครัฐยังไม่สามารถใช้มาตรการส่งเสริมนี้ได้ทันที เพราะได้กำหนดให้มีการส่งเสริมการจำหน่ายน้ำมัน E20 ให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ปี 2552 ซึ่งนอกจากการส่งเสริมให้มีการจำหน่ายน้ำมัน E20 แล้ว ภาครัฐยังสามารถส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมัน E85 (ผสมเอทานอลในสัดส่วนร้อยละ 85) เช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกา ที่มีการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ในขณะที่ประเทศบราซิลนั้นส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E100 (เอทานอล100%)
การส่งเสริมเหล่านี้ ถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการใช้เชื้อเพลิงที่สะอาด สามารถผลิตได้ภายในประเทศ อีกทั้งเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ในปัจจุบันสามารถผลิตรถยนต์ FFV (Flexible Fuel Vehicle) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบให้มีระบบเซ็นเซอร์สำหรับตรวจสอบอัตราส่วนผสมของเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน สามารถใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลในอัตราส่วนต่างๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง รถยนต์ FFV ได้มีการปรับเปลี่ยนวัสดุระบบเชื้อเพลิง เช่น ถังน้ำมัน ท่อจ่ายน้ำมัน และหัวฉีดน้ำมัน ให้ทนต่อการกัดกร่อนของเอทานอลได้ ซึ่งโดยรวมแล้วระบบต่างๆ ของรถยนต์ FFV แทบจะไม่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป
การที่อุตสาหกรรมเอทานอลเป็นที่สนใจต่อนักลงทุนมากขึ้น ทางภาครัฐจึงจำเป็นที่ต้องกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ของการส่งเสริมการใช้เอทานอลเป็นพลังงานทดแทนในอนาคตให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ บริษัทน้ำมัน บริษัทรถยนต์ เพื่อที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถประเมิน ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไขได้ รวมทั้งสามารถเตรียมความพร้อมการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐ
SOURCE : http://www.thaienergy.org/index.php?option=com_content&task=view&id=1289&Itemid=44
Tags: แก๊สโซฮอล์ E20
Posted in เรื่องทั่วไป
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 คืออะไร
January 14th, 2008 Posted 1:04 am
เปิดมาปีใหม่นี้ สิ่งใหม่ที่มีใช้ในประเทศไทยเราก็คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งปตท. เปิดจำหน่ายเมื่อวาน วันที่ 1 ม.ค. 2551 เป็นวันแรก ให้ชื่อว่า พีทีที E20 พลัส
แต่ว่า แก๊สโซฮอล์ E20 จริงๆแล้วคืออะไรทราบกันหรือเปล่า ไม่ใช่รถทุกคันจะเติมได้นะคะ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 คือ น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของ เอทานอล หรือแอลกอฮอล์ 20% นั่นเอง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91 ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน คือ น้ำมันเบนซิน 95 หรือ 91 ที่มีส่วนผสมของ เอทานอล 10% หรือเรียกว่า E10
น้ำมัน E10 นี้ รถยนต์ส่วนใหญ่ที่เป็นระบบหัวฉีดแล้วก็จะใช้ได้โดยไม่มีปัญหา แต่น้ำมัน E20 นี้ ต้องใช้กับรถยนต์ที่ผลิตมาให้ใช้ได้เท่านั้น เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการกัดกร่อน ส่วนประกอบที่เป็นยาง หรือเรซิ่นบางอย่างจะถูกกัดกร่อนได้ รถที่ซื้อก่อนปีพ.ศ. 2551 นี้ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได้ค่ะ ต้องหา part ที่ทนก่อการกัดกร่อนมาเปลี่ยนก่อนจึงจะใช้ได้ แต่ปัญหาคือ ไม่รู้ผู้ผลิตรถแต่ละเจ้าจะเสนอทางเลือกนี้ให้แก่เราหรือเปล่า เราเองก็ไม่รู้ว่าจะหา part เหล่านี้มาจากไหน และ partใดจำเป็นต้องเปลี่ยนบ้าง
ตั้งแต่งาน Motor Expo ปลายปี 2550 ที่ผ่านมาแล้ว ที่แต่ละค่ายผู้ผลิตต่างก็ประกาศว่า รถใหม่รุ่นใดใช้น้ำมัน E20 ได้ นี่ก็เพราะ รัฐบาลได้ประกาศลดอัตราภาษีสรรพสามิตลง 5% สำหรับรถยนต์ที่ใช้ E20 ได้ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป แต่ละค่ายจึงประกาศ E20 และลดราคาไปพร้อมๆกัน
โดยความจริงแล้ว ปริมาณการผลิตเอทานอลในประเทศไทยนั้น ยังมากกว่าความต้องการอยู่ เพราะโรงงานเอทานอลต่างๆได้เตรียมการผลิตเอทานอลไว้ เพื่อให้พร้อมกับการจะยกเลิกน้ำมัน95 และ 91 ที่รัฐบาลประกาศตอนแรกว่า จะให้เปลี่ยนเป็นแก๊สโซฮอล์ให้หมดตั้งแต่เมื่อต้นปี 50 ที่ผ่านมา พอยกเลิกประกาศนี้ไปเอทานอลก็เลยเกินความต้องการ
รถที่ซื้อใหม่ในปีใหม่นี้ ที่เป็นประกาศออกมาแล้วว่าใช้ E20 ได้ ก็มีดังนี้ค่ะ
Ford:
ฟอร์ด เป็นเจ้าแรกเลยที่ประกาศว่า รถของเขาใช้ E20 ได้ ในรุ่น Ford Focus เพราะว่าที่อเมริกานี่ รัฐบาลเขาก็สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกเหล่านี้มานานพอสมควรแล้ว โดยเขาสนับสนุนให้ใช้ถึง E85 เลย มีเอทานอลผสม 85% เรียกว่าเป็นรถแบบ FFV (Flex Fuel Vehicle) คือ ใช้เบนซินก็ได้ เอทานอลก็ได้ ผสมกันเท่าไรก็ได้ รถที่อเมริกาที่ใช้ E85 ได้ ก็มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อคะ
Nissan:
นิสสัน ก็ประกาศว่า ใช้ E20 ได้ใน Tiida และ Teana
Honda:
ส่วนโตโยต้านั้น ยังไม่มีข่าวออกมาเลย แต่เห็นเซลบอกว่า โคโรล่าใหม่ใช้ได้ และัััรถรุ่นอื่นก็จะค่อยๆประกาศตามมา เจ้าใหญ่ที่สุดแต่ใช้ไม่ได้ก็คงจะแปลกอยู่ค่ะ คงต้องรอประกาศกันนิดหน่อย
*ฉะนั้น รถคันเดิมของเรา อย่าเพิ่งด่วนไปเติม E20 นะคะ เดี๋ยวยางเยิงเปิงหมด*
Tags: แก๊สโซฮอล์ E20
Posted in เรื่องทั่วไป
“พลังงานทางเลือก” ตอบโจทย์ยุคน้ำมันแพง
January 14th, 2008 Posted 1:03 am
นับตั้งแต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นต่อเนื่อ งจนเกือบทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเงินนำเข้าน้ำมันดิบในปีนี้น่า จะสูงถึง 1 ล้านล้านบาท
หรือคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ถือเป็นแรงผลักดันอย่างดียิ่งให้ผู้เกี่ยวข้องและประ ชาชนคนไทยหันมามองเรื่อง “พลังงานทางเลือก” กันอย่างจริงจังมากขึ้น
รู้จักพลังงานทางเลือก
พลังงานทางเลือกมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอ าทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานชีวภาพและชีวมวล พลังงานขยะ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหินสะอาด พลังงานไฮโดรเจน แก๊สโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งคุณสมบัติและประโยชน์ของแต่ละตัวก็มีลักษณะแตกต่ างกันไป แต่ที่จะได้ยินกันบ่อยๆ คือ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหิน แก๊สโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว
พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานที่ได้จากแร่พลูโตเนียมและแร่ยูเรเนียมทำ ปฏิกิริยาและถูกนำไปต้มในน้ำให้น้ำเดือดกลายเป็นไอน้ ำไปหมุนกังหันไอน้ำของเครื่องผลิตไฟฟ้า
พลังงานถ่านหิน แม้หลายคนจะรู้ว่าเป็นพลังงานที่สร้างผลกระทบต่อสิ่ง แวดล้อมมากจากการเผาถ่านหิน และส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่ทุกวันนี้หลายประเทศได้พัฒนาระบบการเผาไหม้ให้ถ่า นหินกลายเป็นก๊าซเชื้อเพลิง อีกทั้งถ่านหินยังมีปริมาณมากพอที่จะนำมาใช้เป็นพลัง งานทดแทนได้ จากการสำรวจพบว่าถ่านหินสามารถขุดพบในเหมืองทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีการสำรองถ่านหินมากสุดถึง 297 พันล้านตัน และด้วยเชื้อเพลิงที่หาง่ายและใช้ต้นทุนต่ำ ไทยจึงสนใจที่จะตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขึ ้น แต่ก็ถูกต่อต้านจากหลายฝ่ายเรื่องมลพิษที่จะเกิดขึ้น
ก๊าซธรรมชาติ (CNG-NGV) และ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศไทยสามารถขุดพบแหล่งก๊าซธรรมชาติได้ ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงด้านยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์หันมาผลิตเครื่อง ยนต์ที่ใช้ก๊าซ CNG เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ทั้งยังสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกด้วย สำหรับ LNG คือการนำก๊าซมีเทนมาทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงที่ -161 องศาเซลเซียสในสถานะของของเหลว โดยคุณสมบัติและความปลอดภัยเทียบเท่ากับก๊าซ CNG ซึ่งประเทศไทยมีแผนที่จะนำเข้าก๊าซชนิดนี้ในปี 2554 เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกในภาคอุตสาหกรรม
แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมกับเอ ธิลแอลกอฮอล์ซึ่งผลผลิตของเอธิลแอลกอฮอล์ได้มาจากการ แปรรูปพืชจำพวกมันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด แล้วนำมาสกัดเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% ผสมในสัดส่วน 9 :1 คือใช้เบนซินออกเทน 91 ปริมาณ 9 ส่วน และเอทานอล 1 ส่วน จะได้เป็นแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95 ใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงและช่วยแก้ปัญหาภาวะวิกฤติน้ ำมันราคาแพงได้
ไบโอดีเซล เป็นพลังงานที่หาได้จากท้องถิ่น จากการวิจัยได้นำน้ำมันที่ใช้แล้ว เช่น น้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม น้ำมันทานตะวัน นำกลับมาทำใหม่ (Renewable Energy) รวมถึงหาวัตถุอื่น เช่น สบู่ดำ ผลปาล์ม มะพร้าว ฯลฯ มาสกัดใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำมันดีเซลมาใช้ในเครื่องยน ต์
“ราคาถูก” จูงใจลดใช้น้ำมัน
ปัจจุบัน”น้ำมันแก๊สโซฮอล์” เป็นพลังงานทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเราสา มารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินได้ แต่ราคาถูกกว่า 3-4 บาทต่อลิตร นับตั้งแต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยอดใช้แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 สูงขึ้นอยู่ในระดับ 5.4-5.5 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นโซฮอล์ 95 ประมาณ 4.5 ล้านลิตร และโซฮอล์ 91 ประมาณ 9 แสนลิตร ช่วยลดการใช้น้ำมันเบนซิน 95 ลงเหลือ 2.7-2.8 ล้านลิตรต่อวัน
ดังนั้นในปลายปีนี้ยอดใช้แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมกันน่าจะอยู่ที่ 8 ล้านลิตรต่อวัน จากเป้าหมายของกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานที่ ตั้งไว้ว่าภายในปี 2554 จะมีการใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 27-30 ล้านลิตรต่อวัน
“คุรุจิต นาครทรรพ” รองปลัดกระทรวงพลังงาน เชื่อว่า ปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ 95 จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาถูกกว่าเบนซิน 95 เกือบ 4 บาทต่อลิตร ขณะที่ผู้ใช้รถยนต์ก็มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งเมื่อผู้ค้าน้ำมันเห็นแนวโน้มการใช้มากขึ้นก็จะข ยายปั๊มให้บริการมากขึ้น และลดการจำหน่ายเบนซิน 95 ลงในปีหน้า ส่วนการสนับสนุนให้ใช้ไบโอดีเซล ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลถึง 1 บาทต่อลิตร ขณะนี้มีปั๊มที่ให้บริการมากถึง 800 สถานีบริการและน่าจะขยายเพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะที่การใช้ก๊าซเอ็นจีวีในปัจจุบันมีรถยนต์หันมาใช้ มากขึ้น ถึง 4.8 หมื่นคัน มีปั๊มให้บริการ 180 สถานี แม้จะยังน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายสถานีให้บริการเพิ่มเป็ น 220 แห่งใน 35 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้
เดินหน้า”ไบโอดีเซล-โซฮอล์” สูตรใหม่
แม้ขณะนี้พลังงานทางเลือกเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแต่การม องหาลู่ทางที่จะไปสู่การลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ยังต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง “พานิช พงศ์พิโรดม” อธิบดีกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายจะสนับสนุนให้ปริมาณการใช ้ไบโอดีเซลสูงถึง 1 ล้านลิตรต่อวัน ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า แต่ปัญหาขณะนี้ยังติดขัดเรื่องปริมาณน้ำมันปาล์มมีไม ่เพียงพอนำมาผสมไบโอดีเซล ซึ่งขณะนี้มีส่วนผสมอยู่ที่ 2% หรือเรียกว่า บี 2 โดยในอนาคตจะขยายไปสู่สูตรบี 5 หรือผสมในสัดส่วน 5% น่าจะเริ่มผลิตออกมาใช้ภายในปี 2552-2553
“ช่วงนี้ต้องส่งเสริมให้มีการปลูกปาล์มเพิ่ม โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดวงเงินสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มมากขึ้นใน พื้นที่เป้าหมาย 700,000-1,000,000 ไร่ เชื่อว่าอีก 3 ปีข้างหน้าผลผลิตที่ออกมาน่าจะเพียงพอกับความต้องการ ใช้ และเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการใช้น้ำมันในประเทศ”
นอกจากนี้ปีหน้าในส่วนของแก๊สโซฮอล์จะมีน้ำมัน E20 หรือแก๊สโซฮอล์ที่มีเอทานอลเป็นส่วนผสม 20% ออกมาจำหน่าย ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุน โดยค่ายรถยนต์ที่ใช้เครื่องเบนซินเทคโนโลยีรองรับกับ E20 จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีสรรพสามิตทำให้ราคาขายรถยน ต์ลดลง ซึ่งรถยนต์ E20 เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่สามารถเติมได้ทั้งน้ำมันเบน ซินทั่วไปและ E20 โดยระบบสมองกลของเครื่องยนต์จะวิเคราะห์ส่วนผสมของน้ ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ แล้วปรับการทำงานเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีผลกระทบต่อสมรรถนะหรือการทำงานของเครื่องยนต ์
ก๊าซธรรมชาติตอบโจทย์น้ำมันแพง
แม้ยอดขายแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลจะเริ่มดีขึ้นตามลำด ับแต่พลังงานทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์การลดใช้เชื้อเ พลิงจากน้ำมันได้ตรงใจที่สุด เห็นจะเป็น “ก๊าซธรรมชาติ” เพราะนอกจากจะเป็นพลังงานที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที ่ราคาแสนแพงแล้ว ยังเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดมลภาวะให้โลกใบนี้อีกด้ วย
ก๊าซธรรมชาติมีส่วนประกอบหลักที่เป็นก๊าซมีเทนมีคุณส มบัติเบากว่าอากาศ ลักษณะการใช้งานจะถูกอัดจนมีความดันสูงประมาณ 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว บรรจุไว้ในถังที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง บางครั้งอาจเรียกว่าก๊าซธรรมชาติอัดหรือ (Compressed Natural Gas : CNG) แต่เมื่อนำมาใช้กับยานยนต์จึงเรียกว่า Natural Gas for Vehicles : NGV
“ณัฐชาติ จารุจินดา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อยานยนต ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปตท. มีแผนเร่งขยายสถานีบริการก๊าซให้ครอบคลุมทุกพื้นที่จ ากเดิมที่มีอยู่ 90 แห่งให้เป็น 220 แห่ง โดยเม็ดเงินลงทุนแต่ละที่ใช้ประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อรองรับการเจริญเติบโตยอดการใช้ NGV ในภาคขนส่ง ซึ่ง ปตท. ได้พิจารณาถึงการวางแนวท่อแล้วว่าจะให้พาดผ่านทุกพื้ นที่ ได้แก่ รังสิต ขนส่งหมอชิต ขนส่งสายใต้ ถนนบางนา ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพระราม 9 ร่มเกล้า และต่อท่อตรงเข้าสู่สถานีบริการ
ส่วนสถานีบริการที่จะขยายเพิ่มนั้นจะมีอยู่ 7 แห่งใน กทม.ที่เป็นสถานีบริการขนาดใหญ่พิเศษ คือ มีตู้จ่ายก๊าซประมาณ 30-40 ตู้ต่อ 1 สถานี สามารถรองรับจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการได้คราวละ 80 คัน เพื่อลดความแออัดภายในสถานีบริการ และทำให้ช่วยร่นระยะเวลาในการสร้างจาก 5 ปีเป็น 2 ปีได้
ไทย-เทศแห่ลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ระบุว่า ตัวเลขการส่งเสริมการลงทุนนับตั้งแต่บีโอไอเริ่มให้ส ิทธิประโยชน์กับธุรกิจพลังงานทดแทนเมื่อ 4-5 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน มีการลงทุนในกิจการผลิตเอทานอล ไบโอแก๊ส ไบโอดีเซล มากสุดถึง 82 โครงการ เงินลงทุนรวม 53,000 ล้านบาท โดย 62 โครงการ เป็นกิจการของคนไทย 100% ที่เหลืออีก 20 โครงการ เป็นโครงการคนไทยร่วมทุนกับต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน มีบางโครงการเท่านั้นที่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้ร่วมทุน
ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในกิจการพลังงานทดแทนประเภท อื่นที่การลงทุนก็ยังเป็นผู้ประกอบการไทยเป็นหลัก ได้แก่ กิจการผลิตเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 12 โครงการ เงินลงทุน 2,026 ล้านบาท เป็นไทย 100% จำนวน 6 โครงการ ที่เหลือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ ทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น เดนมาร์ก ออสเตรเลีย สิงคโปร์
กิจการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงมี 2 โครงการ เงินลงทุน 326 ล้านบาท เป็นโครงการคนไทย 100% ทั้ง 2 โครงการ และกิจการผลิตเครื่องยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับรถใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) 2 โครงการ เงินลงทุน 1,027 ล้านบาท เป็นโครงการของเกาหลี 100% และร่วมทุนไทย อินเดีย 1 โครงการ และกิจการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ 6 โครงการ 7,113 ล้านบาท มีไทย 100% 2 โครงการ ที่เหลือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ มีทั้ง จีน สิงคโปร์ ไซปรัส อังกฤษ
ขณะที่คำขอรับส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนช่วง8 เดือนแรกปี 2550 มีจำนวน 12 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตเอทานอล 6 โครงการ ไบโอดีเซล 4 โครงการ และไบโอแก๊ส 2 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 14,167 ล้านบาท โดยวงเงินลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 164% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผู้ยื่นขอรับส่งเสริม 13 โครงการ เป็นเงิน 5,365 ล้านบาท ส่วนการลงทุนรวมทั้งปี 2549 มียื่นขอรับส่งเสริมถึง 34 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 31,600 ล้านบาท แบ่งเป็นเอทานอล 15 โครงการเงินลงทุนมูลค่า 26,000 ล้านบาท ไบโอดีเซล 12 โครงการ เงินลงทุน 4,760 ล้านบาท และ ไบโอแก๊ส 7 โครงการ เงินลงทุน 848 ล้านบาท
ไบโอแก๊สจากของเสีย
“วิบูลย์พรรณ จันทรโชติ” ผู้ช่วยเลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตามองคือการลงทุนผลิตไบโอแก๊สและผลิตไฟ ฟ้าจากน้ำเสียของโรงงาน และกิจการเลี้ยงฟาร์มสุกรมีจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยผู้ประกอบการให้ความสนใจกับการใช้สิ่งปฏิกูลมาผ่า นเทคโนโลยี เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า และแก๊สใช้ในโรงงานหรือกิจการของตัวเอง การลงทุนจะเป็นลักษณะดึงต่างชาติเจ้าของเทคโนโลยีมาล งทุนในส่วนของการผลิตพลังงานเองทั้งหมด โดยใช้วัตถุดิบน้ำเสียจากโรงงานแล้วขายไฟฟ้าหรือแก๊ส ที่ผลิตได้ให้แก่ผู้ประกอบการ หรืออาจจะเป็นการร่วมทุนกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยต่างชาติที่มีเทคโนโลยีตัวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสหรัฐ และยุโรป
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนคือ ข้อจำกัดในด้านการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตส าหกรรม เมื่อมีเทคโนโลยีที่สามารถบริหารจัดการกับของเสียในโ รงงานพร้อมกับการได้ประโยชน์ โดยสามารถนำมาผลิตพลังงานเพื่อใช้ในโรงงานเองในภาวะท ี่ราคาน้ำมัน หรือไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งคุ้มกับการลงทุน เพราะหากผลิตไฟฟ้าหรือแก๊สได้มากเกินความต้องการใช้ก ็ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยผ (กฟผ.) ได้ด้วย
ทีมข่าวเศรษฐกิจ: เรื่อง
ศูนย์ภาพเนชั่น: ภาพ
นับตั้งแต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นต่อเนื่อ งจนเกือบทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเงินนำเข้าน้ำมันดิบในปีนี้น่า จะสูงถึง 1 ล้านล้านบาท
หรือคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ถือเป็นแรงผลักดันอย่างดียิ่งให้ผู้เกี่ยวข้องและประ ชาชนคนไทยหันมามองเรื่อง “พลังงานทางเลือก” กันอย่างจริงจังมากขึ้น
รู้จักพลังงานทางเลือก
พลังงานทางเลือกมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอ าทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานชีวภาพและชีวมวล พลังงานขยะ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหินสะอาด พลังงานไฮโดรเจน แก๊สโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งคุณสมบัติและประโยชน์ของแต่ละตัวก็มีลักษณะแตกต่ างกันไป แต่ที่จะได้ยินกันบ่อยๆ คือ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานถ่านหิน แก๊สโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว
พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานที่ได้จากแร่พลูโตเนียมและแร่ยูเรเนียมทำ ปฏิกิริยาและถูกนำไปต้มในน้ำให้น้ำเดือดกลายเป็นไอน้ ำไปหมุนกังหันไอน้ำของเครื่องผลิตไฟฟ้า
พลังงานถ่านหิน แม้หลายคนจะรู้ว่าเป็นพลังงานที่สร้างผลกระทบต่อสิ่ง แวดล้อมมากจากการเผาถ่านหิน และส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่ทุกวันนี้หลายประเทศได้พัฒนาระบบการเผาไหม้ให้ถ่า นหินกลายเป็นก๊าซเชื้อเพลิง อีกทั้งถ่านหินยังมีปริมาณมากพอที่จะนำมาใช้เป็นพลัง งานทดแทนได้ จากการสำรวจพบว่าถ่านหินสามารถขุดพบในเหมืองทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีการสำรองถ่านหินมากสุดถึง 297 พันล้านตัน และด้วยเชื้อเพลิงที่หาง่ายและใช้ต้นทุนต่ำ ไทยจึงสนใจที่จะตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขึ ้น แต่ก็ถูกต่อต้านจากหลายฝ่ายเรื่องมลพิษที่จะเกิดขึ้น
ก๊าซธรรมชาติ (CNG-NGV) และ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศไทยสามารถขุดพบแหล่งก๊าซธรรมชาติได้ ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงด้านยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์หันมาผลิตเครื่อง ยนต์ที่ใช้ก๊าซ CNG เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ทั้งยังสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกด้วย สำหรับ LNG คือการนำก๊าซมีเทนมาทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงที่ -161 องศาเซลเซียสในสถานะของของเหลว โดยคุณสมบัติและความปลอดภัยเทียบเท่ากับก๊าซ CNG ซึ่งประเทศไทยมีแผนที่จะนำเข้าก๊าซชนิดนี้ในปี 2554 เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกในภาคอุตสาหกรรม
แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมกับเอ ธิลแอลกอฮอล์ซึ่งผลผลิตของเอธิลแอลกอฮอล์ได้มาจากการ แปรรูปพืชจำพวกมันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด แล้วนำมาสกัดเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% ผสมในสัดส่วน 9 :1 คือใช้เบนซินออกเทน 91 ปริมาณ 9 ส่วน และเอทานอล 1 ส่วน จะได้เป็นแก๊สโซฮอล์ออกเทน 95 ใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงและช่วยแก้ปัญหาภาวะวิกฤติน้ ำมันราคาแพงได้
ไบโอดีเซล เป็นพลังงานที่หาได้จากท้องถิ่น จากการวิจัยได้นำน้ำมันที่ใช้แล้ว เช่น น้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม น้ำมันทานตะวัน นำกลับมาทำใหม่ (Renewable Energy) รวมถึงหาวัตถุอื่น เช่น สบู่ดำ ผลปาล์ม มะพร้าว ฯลฯ มาสกัดใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับน้ำมันดีเซลมาใช้ในเครื่องยน ต์
“ราคาถูก” จูงใจลดใช้น้ำมัน
ปัจจุบัน”น้ำมันแก๊สโซฮอล์” เป็นพลังงานทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเราสา มารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินได้ แต่ราคาถูกกว่า 3-4 บาทต่อลิตร นับตั้งแต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยอดใช้แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 สูงขึ้นอยู่ในระดับ 5.4-5.5 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นโซฮอล์ 95 ประมาณ 4.5 ล้านลิตร และโซฮอล์ 91 ประมาณ 9 แสนลิตร ช่วยลดการใช้น้ำมันเบนซิน 95 ลงเหลือ 2.7-2.8 ล้านลิตรต่อวัน
ดังนั้นในปลายปีนี้ยอดใช้แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมกันน่าจะอยู่ที่ 8 ล้านลิตรต่อวัน จากเป้าหมายของกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานที่ ตั้งไว้ว่าภายในปี 2554 จะมีการใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 27-30 ล้านลิตรต่อวัน
“คุรุจิต นาครทรรพ” รองปลัดกระทรวงพลังงาน เชื่อว่า ปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ 95 จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาถูกกว่าเบนซิน 95 เกือบ 4 บาทต่อลิตร ขณะที่ผู้ใช้รถยนต์ก็มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งเมื่อผู้ค้าน้ำมันเห็นแนวโน้มการใช้มากขึ้นก็จะข ยายปั๊มให้บริการมากขึ้น และลดการจำหน่ายเบนซิน 95 ลงในปีหน้า ส่วนการสนับสนุนให้ใช้ไบโอดีเซล ซึ่งราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลถึง 1 บาทต่อลิตร ขณะนี้มีปั๊มที่ให้บริการมากถึง 800 สถานีบริการและน่าจะขยายเพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะที่การใช้ก๊าซเอ็นจีวีในปัจจุบันมีรถยนต์หันมาใช้ มากขึ้น ถึง 4.8 หมื่นคัน มีปั๊มให้บริการ 180 สถานี แม้จะยังน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายสถานีให้บริการเพิ่มเป็ น 220 แห่งใน 35 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้
เดินหน้า”ไบโอดีเซล-โซฮอล์” สูตรใหม่
แม้ขณะนี้พลังงานทางเลือกเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแต่การม องหาลู่ทางที่จะไปสู่การลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ยังต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง “พานิช พงศ์พิโรดม” อธิบดีกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายจะสนับสนุนให้ปริมาณการใช ้ไบโอดีเซลสูงถึง 1 ล้านลิตรต่อวัน ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า แต่ปัญหาขณะนี้ยังติดขัดเรื่องปริมาณน้ำมันปาล์มมีไม ่เพียงพอนำมาผสมไบโอดีเซล ซึ่งขณะนี้มีส่วนผสมอยู่ที่ 2% หรือเรียกว่า บี 2 โดยในอนาคตจะขยายไปสู่สูตรบี 5 หรือผสมในสัดส่วน 5% น่าจะเริ่มผลิตออกมาใช้ภายในปี 2552-2553
“ช่วงนี้ต้องส่งเสริมให้มีการปลูกปาล์มเพิ่ม โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดวงเงินสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มมากขึ้นใน พื้นที่เป้าหมาย 700,000-1,000,000 ไร่ เชื่อว่าอีก 3 ปีข้างหน้าผลผลิตที่ออกมาน่าจะเพียงพอกับความต้องการ ใช้ และเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการใช้น้ำมันในประเทศ”
นอกจากนี้ปีหน้าในส่วนของแก๊สโซฮอล์จะมีน้ำมัน E20 หรือแก๊สโซฮอล์ที่มีเอทานอลเป็นส่วนผสม 20% ออกมาจำหน่าย ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุน โดยค่ายรถยนต์ที่ใช้เครื่องเบนซินเทคโนโลยีรองรับกับ E20 จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีสรรพสามิตทำให้ราคาขายรถยน ต์ลดลง ซึ่งรถยนต์ E20 เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่สามารถเติมได้ทั้งน้ำมันเบน ซินทั่วไปและ E20 โดยระบบสมองกลของเครื่องยนต์จะวิเคราะห์ส่วนผสมของน้ ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ แล้วปรับการทำงานเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีผลกระทบต่อสมรรถนะหรือการทำงานของเครื่องยนต ์
ก๊าซธรรมชาติตอบโจทย์น้ำมันแพง
แม้ยอดขายแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลจะเริ่มดีขึ้นตามลำด ับแต่พลังงานทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์การลดใช้เชื้อเ พลิงจากน้ำมันได้ตรงใจที่สุด เห็นจะเป็น “ก๊าซธรรมชาติ” เพราะนอกจากจะเป็นพลังงานที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันที ่ราคาแสนแพงแล้ว ยังเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดมลภาวะให้โลกใบนี้อีกด้ วย
ก๊าซธรรมชาติมีส่วนประกอบหลักที่เป็นก๊าซมีเทนมีคุณส มบัติเบากว่าอากาศ ลักษณะการใช้งานจะถูกอัดจนมีความดันสูงประมาณ 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว บรรจุไว้ในถังที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง บางครั้งอาจเรียกว่าก๊าซธรรมชาติอัดหรือ (Compressed Natural Gas : CNG) แต่เมื่อนำมาใช้กับยานยนต์จึงเรียกว่า Natural Gas for Vehicles : NGV
“ณัฐชาติ จารุจินดา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อยานยนต ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปตท. มีแผนเร่งขยายสถานีบริการก๊าซให้ครอบคลุมทุกพื้นที่จ ากเดิมที่มีอยู่ 90 แห่งให้เป็น 220 แห่ง โดยเม็ดเงินลงทุนแต่ละที่ใช้ประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อรองรับการเจริญเติบโตยอดการใช้ NGV ในภาคขนส่ง ซึ่ง ปตท. ได้พิจารณาถึงการวางแนวท่อแล้วว่าจะให้พาดผ่านทุกพื้ นที่ ได้แก่ รังสิต ขนส่งหมอชิต ขนส่งสายใต้ ถนนบางนา ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพระราม 9 ร่มเกล้า และต่อท่อตรงเข้าสู่สถานีบริการ
ส่วนสถานีบริการที่จะขยายเพิ่มนั้นจะมีอยู่ 7 แห่งใน กทม.ที่เป็นสถานีบริการขนาดใหญ่พิเศษ คือ มีตู้จ่ายก๊าซประมาณ 30-40 ตู้ต่อ 1 สถานี สามารถรองรับจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการได้คราวละ 80 คัน เพื่อลดความแออัดภายในสถานีบริการ และทำให้ช่วยร่นระยะเวลาในการสร้างจาก 5 ปีเป็น 2 ปีได้
ไทย-เทศแห่ลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ระบุว่า ตัวเลขการส่งเสริมการลงทุนนับตั้งแต่บีโอไอเริ่มให้ส ิทธิประโยชน์กับธุรกิจพลังงานทดแทนเมื่อ 4-5 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน มีการลงทุนในกิจการผลิตเอทานอล ไบโอแก๊ส ไบโอดีเซล มากสุดถึง 82 โครงการ เงินลงทุนรวม 53,000 ล้านบาท โดย 62 โครงการ เป็นกิจการของคนไทย 100% ที่เหลืออีก 20 โครงการ เป็นโครงการคนไทยร่วมทุนกับต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน มีบางโครงการเท่านั้นที่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้ร่วมทุน
ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในกิจการพลังงานทดแทนประเภท อื่นที่การลงทุนก็ยังเป็นผู้ประกอบการไทยเป็นหลัก ได้แก่ กิจการผลิตเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 12 โครงการ เงินลงทุน 2,026 ล้านบาท เป็นไทย 100% จำนวน 6 โครงการ ที่เหลือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ ทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น เดนมาร์ก ออสเตรเลีย สิงคโปร์
กิจการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงมี 2 โครงการ เงินลงทุน 326 ล้านบาท เป็นโครงการคนไทย 100% ทั้ง 2 โครงการ และกิจการผลิตเครื่องยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับรถใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) 2 โครงการ เงินลงทุน 1,027 ล้านบาท เป็นโครงการของเกาหลี 100% และร่วมทุนไทย อินเดีย 1 โครงการ และกิจการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ 6 โครงการ 7,113 ล้านบาท มีไทย 100% 2 โครงการ ที่เหลือเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ มีทั้ง จีน สิงคโปร์ ไซปรัส อังกฤษ
ขณะที่คำขอรับส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนช่วง8 เดือนแรกปี 2550 มีจำนวน 12 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตเอทานอล 6 โครงการ ไบโอดีเซล 4 โครงการ และไบโอแก๊ส 2 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 14,167 ล้านบาท โดยวงเงินลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 164% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผู้ยื่นขอรับส่งเสริม 13 โครงการ เป็นเงิน 5,365 ล้านบาท ส่วนการลงทุนรวมทั้งปี 2549 มียื่นขอรับส่งเสริมถึง 34 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 31,600 ล้านบาท แบ่งเป็นเอทานอล 15 โครงการเงินลงทุนมูลค่า 26,000 ล้านบาท ไบโอดีเซล 12 โครงการ เงินลงทุน 4,760 ล้านบาท และ ไบโอแก๊ส 7 โครงการ เงินลงทุน 848 ล้านบาท
ไบโอแก๊สจากของเสีย
“วิบูลย์พรรณ จันทรโชติ” ผู้ช่วยเลขาธิการบีโอไอกล่าวว่า สิ่งที่น่าจับตามองคือการลงทุนผลิตไบโอแก๊สและผลิตไฟ ฟ้าจากน้ำเสียของโรงงาน และกิจการเลี้ยงฟาร์มสุกรมีจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยผู้ประกอบการให้ความสนใจกับการใช้สิ่งปฏิกูลมาผ่า นเทคโนโลยี เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า และแก๊สใช้ในโรงงานหรือกิจการของตัวเอง การลงทุนจะเป็นลักษณะดึงต่างชาติเจ้าของเทคโนโลยีมาล งทุนในส่วนของการผลิตพลังงานเองทั้งหมด โดยใช้วัตถุดิบน้ำเสียจากโรงงานแล้วขายไฟฟ้าหรือแก๊ส ที่ผลิตได้ให้แก่ผู้ประกอบการ หรืออาจจะเป็นการร่วมทุนกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยต่างชาติที่มีเทคโนโลยีตัวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสหรัฐ และยุโรป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนคือ ข้อจำกัดในด้านการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตส าหกรรม เมื่อมีเทคโนโลยีที่สามารถบริหารจัดการกับของเสียในโ รงงานพร้อมกับการได้ประโยชน์ โดยสามารถนำมาผลิตพลังงานเพื่อใช้ในโรงงานเองในภาวะท ี่ราคาน้ำมัน หรือไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งคุ้มกับการลงทุน เพราะหากผลิตไฟฟ้าหรือแก๊สได้มากเกินความต้องการใช้ก ็ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยผ (กฟผ.) ได้ด้วย
Tags: แก๊สโซฮอล์ E20
Posted in เรื่องทั่วไป
เบนซินสูตรอี 20 เติมผิดเครื่องเจ๊ง
January 14th, 2008 Posted 12:58 am
ผู้คลุกคลีในวงการน้ำมันประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบปีนี้ มีโอกาสแตะที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องไปอีกนานหลายเดือน
ผลที่ตามมา นอกจากทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ และราคาน้ำมันขายปลีก ในไทยขยับตาม เป็นไปได้ว่าในระยะยาว คนไทยยังอาจมีโอกาสได้ใช้น้ำมันเบนซิน 95 ในราคาลิตรละ 35 บาท และใช้ดีเซลในราคาลิตรละ 32 บาท
หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งภาครัฐและผู้ค้าน้ำมัน ในไทย ต่างผลักดันให้มีการผลิตพลังงานทดแทนตัวใหม่ๆขึ้นมา เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค
จึงไม่น่าแปลกใจ วันนี้เมื่อเลี้ยวรถเข้าไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการฯ จะเห็นป้ายเรียกชื่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสารพัดชื่อเขียนติดไว้เหนือหัวจ่าย จนลายตา
เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้บริการ และเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทั้งประเทศ กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) จึงได้กำหนดสูตรและชื่อเรียกน้ำมันแต่ละประเภทใหม่ แบ่งตามประเภทน้ำมันเบนซิน และดีเซล ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเบนซิน ซึ่งมีขายตามสถานีบริการฯ ในปัจจุบัน ได้แก่
1.) เบนซิน ออกเทน 95
2.) เบนซิน ออกเทน 91
3.) เบนซิน อี 10/95 (“อี” ย่อมาจาก เอทานอล โดยเปลี่ยนชื่อเรียกมาจากแก๊สโซฮอล์ 95 เดิม ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลในอัตรา 10%)
4.) เบนซิน อี 10/91 (หรือแก๊สโซฮอล์ 91 เดิม ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลในอัตรา 10%)
และ 5.) เบนซิน อี 20 (E 20) (หมายถึง น้ำมันชนิดใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลในอัตรา 20% บวกกับน้ำมันเบนซินพื้นฐานอีก 80%)
ในกลุ่มดีเซล กระทรวงพลังงานได้กำหนดสูตรน้ำมันใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่ เดือน เม.ย.2551 เป็นต้นไป โดยบังคับให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องผสมไบโอดีเซลบริสุทธิ์ 100% ลงไปในน้ำมันดีเซล อย่างน้อยในสัดส่วน 2% เรียกชื่อว่า ดีเซลบี 2
ส่วนน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซลในสัดส่วน 5% เรียกว่า ดีเซลบี 5 เป็นต้น
หนึ่งในพลังงานทดแทนตัวใหม่ล่าสุด ที่มีโอกาสสร้างความสับสนและก่อปัญหา ให้แก่ผู้ใช้มากที่สุดในยามนี้ น่าจะเป็น แก๊สโซฮอล์อี 20 (E 20)
ความจริงก่อนหน้าปี 2547 กรมธุรกิจพลังงาน ได้ประกาศให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ในประเทศด้วยกันทั้งสิ้น 3 สูตร
คือ แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ อี 10/95 ในปัจจุบัน, แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ อี 10/91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วน 20% หรือ อี 20/95
แต่ช่วงที่มีการผลิตขายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2547 ปรากฏว่า ผู้ผลิตน้ำมันในประเทศ เลือกผลิตขายเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 95 กับแก๊สโซฮอล์ 91 เท่านั้น
กระทั่งปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาล ได้ประกาศให้มีการใช้น้ำมันอี 20 อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2551 จึงมีการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ค้าน้ำมัน และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์มาแล้วก่อนหน้า เพื่อให้มีการผลิตรถรุ่นใหม่ที่สามารถใช้น้ำมันอี 20 ได้
ค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างประเมินว่า ในระยะแรกเริ่มนำน้ำมันเบนซินอี 20 มาใช้ ทั่วประเทศน่าจะมีรถยนต์รุ่นที่สามารถเติมน้ำมันอี 20 ได้ราว 60,000 คัน
ค่าย ปตท. จึงเริ่มเปิดจำหน่าย เบนซิน อี 20 ตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2551 โดยขายปลีกในราคาลิตรละ 26.89 บาท ถูกกว่าเบนซิน ออกเทน 95 ถึงลิตรละ 6 บาท โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “พีทีที อี 20 พลัส” เปิดขายตามสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 10 แห่ง
ได้แก่ ที่ปั๊ม ปตท.ริมทางพิเศษเฉลิมมหานคร ฝั่งขาออก (บางนาขาออก), บางบอน, รามอินทรา, สำนักงานใหญ่ ปตท.วิภาวดีฯ, ประชาชื่น, เกษตร-นวมินทร์, ราชพฤกษ์, ดอนเมือง, สะพานแดง และพระโขนง
ขณะที่ค่ายบางจาก ก็เริ่มเปิดให้บริการในเขต กทม. และปริมณฑล เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2551 จำนวน 5 แห่ง และมีแผนจะขยายเปิดเพิ่มอีก 20 แห่ง ก่อนเดือน มี.ค.ปีนี้ โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “แก๊สโซฮอล์ E 20”
นอกจากราคาน้ำมันอี 20 ถูกกว่าเบนซิน 95 ถึงลิตรละ 6 บาท และถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 2 บาท ยังมีแนวโน้มว่า ราคารถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้กับน้ำมันอี 20 ได้ ราคาขายจะถูกกว่ารถยนต์รุ่นทั่วไป ตามกรอบภาษีสรรพสามิตที่ลดลงประมาณ 5%
โดยรวมแล้ว จุดเด่นข้อดีของน้ำมันอี 20 จึงอยู่ที่ราคาขายปลีก ต่ำกว่าน้ำมันเบนซินทุกประเภท สภาพของน้ำมันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าน้ำมันเบนซินชนิดอื่น เพราะอี 20 มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ มากถึง 20%
นอกจากนี้ การหันมาใช้อี 20 ยังมีส่วนช่วยลดปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบ เพราะเอทานอลสามารถผลิตได้ในประเทศ และผลิตทดแทนได้ตลอด
ข้อดีสุดท้าย ถือว่าช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร อย่างอ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล
กระนั้นก็ตาม แก๊สโซฮอล์ อี 20 ก็มีจุดบอด หรือข้อด้อยตรงที่
ประการแรก ไม่สามารถใช้ได้กับรถยนต์ส่วนใหญ่ แต่ใช้ได้เฉพาะกับรถยนต์บางรุ่น ที่ผ่านการปรับแต่งเครื่องยนต์ ให้สามารถรองรับน้ำมันชนิดนี้ซึ่งโดยมากเป็นรถรุ่นใหม่ ที่นำออกจำหน่ายในปี พ.ศ.2551
ทั้งนี้ ผศ.ดร.จำนง สรพิพัฒน์ ประธานสายวิชาพลังงาน บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม (JGSEE) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน อธิบายว่า
การเพิ่มสัดส่วนของเอทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ลงไปในเนื้อน้ำมันถึง 20% โดยเหลือส่วนผสมเป็นน้ำมันเบนซินอีก 80% อาจก่อปัญหาให้กับเครื่องยนต์ของรถบางรุ่นได้
อาจารย์จำนงอธิบายว่า เพราะแอลกอฮอล์บริสุทธิ์มีคุณสมบัติต่างจากน้ำมันเบนซินหลายประการ เช่น มีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมัน ทำให้มีแรงดันไอมากกว่าน้ำมัน จึงอาจเกิดปัญหา โดยเฉพาะกับรถยนต์รุ่นเก่าที่ยังใช้ระบบคาร์บิวเรเตอร์ และมีถังน้ำมันติดตั้ง อยู่ห่างจากตัวเครื่องมาก
หรือกรณีรถยนต์ที่มีขนาดของท่อเชื้อเพลิงเล็กเกินไป อาจทำให้แอลกอฮอล์ ที่อยู่ในท่อเชื้อเพลิง เปลี่ยนสภาพจากของเหลว กลายเป็นไอได้ง่าย เกิดลักษณะเป็นฟองอยู่ในท่อดูดเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์มีรอบความเร็วไม่สม่ำเสมอ อาจกระตุก หรือดับบางช่วง
นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังมีคุณสมบัติการกัดกร่อนสูง สามารถกัดกร่อนชิ้นส่วนที่เป็นยาง พลาสติก ทองเหลือง และทองแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องยนต์
ดังนั้น รถยนต์ที่ไม่ได้ออกแบบและผลิตออกมาให้มีชิ้นส่วนบางอย่างทนต่อการกัดกร่อนของ แอลกอฮอล์เป็นพิเศษ จึงไม่สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ อาจส่งผลให้ท่อส่งน้ำมัน และถังน้ำมัน ถูกกัดกร่อนจนทะลุได้ภายในเวลาเพียงครึ่งปี
ดร.จำนงสรุปว่า รถยนต์ที่สามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ได้ จึงต้องเป็นรถรุ่นที่ชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ ได้รับการออกแบบและผลิต ด้วยยางหรือพลาสติกชนิดพิเศษ ที่ทนต่อการกัดกร่อนของแอลกอฮอล์ได้
ล่าสุด เท่าที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ออกมาขานรับว่า มีรถเพียงบางรุ่นที่สามารถใช้กับน้ำมันอี 20 ได้
เช่น ฟอร์ด รุ่นโฟกัส ที่ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ.1994 จำนวนกว่า 4,000 คัน และฟอร์ด โฟกัสทุกรุ่น ที่ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ.2005-ปัจจุบัน รวมทั้ง ฟอร์ด โฟกัส รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปี 2008
มาสด้า รุ่นมาสด้า 3 โฉมใหม่, โตโยต้า รุ่นโคโรลล่า อัลติส ปี 2008, ฮอนด้า รุ่นซิตี้-แซดเอ็กซ์ รุ่นซีวิค รุ่นแอคคอร์ด และรุ่นซีอาร์-วีโฉมใหม่, นิสสัน รุ่นเทียน่าและทีด้าโฉมใหม่ และ มิตซูบิชิ รุ่นสเปชแวกอนโฉมใหม่ เป็นต้น
หากเจ้าของรถยนต์รุ่น และยี่ห้อที่นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ เติมน้ำมันอี 20 แล้วเกิดปัญหาเครื่องยนต์พัง ไม่สามารถโทษใครได้ นอกจากต้องโทษ ตัวเอง
นอกจากข้อด้อยดังกล่าว จำนวนสถานีบริการฯ ที่มีอี 20 ขาย ในขณะนี้ยังมีจำนวนน้อย รวมทั้งผู้ใช้อี 20 ยังต้องทำใจด้วยว่า รถยนต์ที่เติมเชื้อเพลิงชนิดนี้ จะมีอัตราการบริโภค น้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซินชนิดอื่น เพราะอี 20 มีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสมในอัตราสูง
ท้ายสุด เมื่อเทียบกันหน่วยต่อหน่วย ระหว่างรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี ต้องถือว่า ราคาของ E 20 ยังแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้ก๊าซทั้ง 2 ประเภท
SOURCE : http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=75056
Tags: แก๊สโซฮอล์ E20
Posted in เรื่องทั่วไป
เชื้อเพลิงสายพันธุ์ใหม่ E20 คืออะไร
January 14th, 2008 Posted 12:55 am
เครดิตคุณ Greatz
rc-web / racing forum
เปิดมาปีใหม่นี้ สิ่งใหม่ที่มีใช้ในประเทศไทยเราก็คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งปตท. เปิดจำหน่ายเมื่อวาน วันที่ 1 ม.ค. 2551 เป็นวันแรก ให้ชื่อว่า พีทีที E20 พลัสแต่ว่า แก๊สโซฮอล์ E20 จริงๆแล้วคืออะไรทราบกันหรือเปล่า ไม่ใช่รถทุกคันจะเติมได้นะคะ
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 คือ น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของ เอทานอล หรือแอลกอฮอล์ 20% นั่นเอง น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 หรือ 91 ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน คือ น้ำมันเบนซิน 95 หรือ 91 ที่มีส่วนผสมของ เอทานอล 10% หรือเรียกว่า E10
น้ำมัน E10 นี้ รถยนต์ส่วนใหญ่ที่เป็นระบบหัวฉีดแล้วก็จะใช้ได้โดยไม ่มีปัญหา แต่น้ำมัน E20 นี้ ต้องใช้กับรถยนต์ที่ผลิตมาให้ใช้ได้เท่านั้น เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการกัดกร่อน ส่วนประกอบที่เป็นยาง หรือเรซิ่นบางอย่างจะถูกกัดกร่อนได้ รถที่ซื้อก่อนปีพ.ศ. 2551 นี้ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได้ค่ะ ต้องหา part ที่ทนก่อการกัดกร่อนมาเปลี่ยนก่อนจึงจะใช้ได้ แต่ปัญหาคือ ไม่รู้ผู้ผลิตรถแต่ละเจ้าจะเสนอทางเลือกนี้ให้แก่เรา หรือเปล่า เราเองก็ไม่รู้ว่าจะหา part เหล่านี้มาจากไหน และ partใดจำเป็นต้องเปลี่ยนบ้าง
ตั้งแต่งาน Motor Expo ปลายปี 2550 ที่ผ่านมาแล้ว ที่แต่ละค่ายผู้ผลิตต่างก็ประกาศว่า รถใหม่รุ่นใดใช้น้ำมัน E20 ได้ นี่ก็เพราะ รัฐบาลได้ประกาศลดอัตราภาษีสรรพสามิตลง 5% สำหรับรถยนต์ที่ใช้ E20 ได้ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป แต่ละค่ายจึงประกาศ E20 และลดราคาไปพร้อมๆกัน โดยความจริงแล้ว ปริมาณการผลิตเอทานอลในประเทศไทยนั้น ยังมากกว่าความต้องการอยู่ เพราะโรงงานเอทานอลต่างๆได้เตรียมการผลิตเอทานอลไว้ เพื่อให้พร้อมกับการจะยกเลิกน้ำมัน95 และ 91 ที่รัฐบาลประกาศตอนแรกว่า จะให้เปลี่ยนเป็นแก๊สโซฮอล์ให้หมดตั้งแต่เมื่อต้นปี 50 ที่ผ่านมา พอยกเลิกประกาศนี้ไปเอทานอลก็เลยเกินความต้องการ
รถที่ซื้อใหม่ในปีใหม่นี้ ที่เป็นประกาศออกมาแล้วว่าใช้ E20 ได้ ก็มีดังนี้ค่ะ
Ford:
ฟอร์ด เป็นเจ้าแรกเลยที่ประกาศว่า รถของเขาใช้ E20 ได้ ในรุ่น Ford Focus เพราะว่าที่อเมริกานี่ รัฐบาลเขาก็สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกเหล่านี้มา นานพอสมควรแล้ว โดยเขาสนับสนุนให้ใช้ถึง E85 เลย มีเอทานอลผสม 85% เรียกว่าเป็นรถแบบ FFV (Flex Fuel Vehicle) คือ ใช้เบนซินก็ได้ เอทานอลก็ได้ ผสมกันเท่าไรก็ได้ รถที่อเมริกาที่ใช้ E85 ได้ ก็มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อคะ
Nissan:
นิสสัน ก็ประกาศว่า ใช้ E20 ได้ใน Tiida และ Teana
Honda:
ฮอนด้า ก็ประกาศใช้ E20 ได้ใน City, Civic, Accord และ CRV
ส่วนโตโยต้านั้น ยังไม่มีข่าวออกมาเลย แต่เห็นเซลบอกว่า โคโรล่าใหม่ใช้ได้ และรถรุ่นอื่นก็จะค่อยๆประกาศตามมา เจ้าใหญ่ที่สุดแต่ใช้ไม่ได้ก็คงจะแปลกอยู่ค่ะ คงต้องรอประกาศกันนิดหน่อย
*ฉะนั้น รถคันเดิมของเรา อย่าเพิ่งด่วนไปเติม E20 นะคะ เดี๋ยวยางเยิงเปิงหมด*
1.น้ำมันบางจากแก๊สโซฮอล์ E20 คืออะไร
คือน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซิน 80% และเอทานอล ความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.5ที่ 20% โดยรถที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ยังสามารถใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้อีกด้วย
2.นโยบาย E20 ของกระทรวงพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้ประมาณการการส่งเสริม การใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ออกเทน 95 ดังนี้ รายการ 2551 2552 2553 2554
ปริมาณจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E20 (ล้านลิตรต่อวัน) 0.25 0.58 0.90 1.23
สัดส่วนการจำหน่าย E20 เทียบกับเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทั้งหมด (%) 1.2 2.6 4.0 5.3
ข้อมูลจาก : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษณ์พลังงาน
3. สถานการณ์ E20 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แจ้งว่าในเบื้องต้นจะมีรถยนต์แก๊สโซฮอล์ E20 จำหน่ายในปี 51 ประมาณ 60,000 คัน และอาจมียอดจำหน่ายเบื้องต้นหากมีบริษัทรถยนต์แจ้งเพ ิ่มเติม ปัจจุบันมีรถยนต์ E20 จำหน่าย 5 ยี่ห้อ
- Ford: Focus ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2005
Escape 3.0 L ตั้งแต่ปี 2005
- Honda: Accord, CR-V, Civic, City, รุ่นปี 2008
- Mazda: Mazda 3 Groove, Spirit, Spirit Sport, Maxx, Maxx Sport Sunroof
- Mitsubishi: New Space Wagon minor change
- Nissan: Tiida, Teana รุ่นปี 2008
(ข้อมูลจากบริษัทรถยนต์ ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2550)
4. สถานีบริการน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ปัจจุบันมีสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัยแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ทั้งสิ้น 18แห่ง โดยเป็นของ บ.บางจากฯ 5 แห่ง และของ บ.ปตท อีก 12 แห่ง
สถานีบริการน้ำมัน บางจาก ที่จำหน่าย E20 5 สถานี - สาขาสุขาภิบาล 1
- สาขาเกษตร
- สาขาคู่ขนานรามอินทรา-อาจณรงค์ 2
- สาขาเอกมัย
- สาขาพระราม 3
สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่จำหน่าย “พีทีที E20 พลัส” 12 สถานี
- สน.ปตท. สาขาทางด่วนบางนา ขาออก (สุขุมวิท 62)
- สน.ปตท. สาขาบางบอน
- สน.ปตท. สาขากรมช่างอากาศ
- สน.ปตท. สาขาองค์การแบตเตอรี่
- สน.ปตท. บจก. ปิโตรเลียมน้ำมัน (รามอินทรา)
- สน.ปตท.หจก.สุวัจชัยออยล์ (ประชาชื่น)
- สน.ปตท. หจก.ศรีเจริญภัณฑ์ (วิภาวดี)
- สน.ปตท. บจก.เกษตรนวมินทร์ปิโตรเลียม
- สน.ปตท.บจก. ที.3 เจ. (ราชพฤกษ์)
- สน.ปตท. สาขาการท่าอากาศยาน 2 (ดอนเมือง)
- สน.ปตท. สาขาสำนักงานใหญ่
- สน.ปตท. บจก.นาคสวัสดิ์
5. อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ E20
กระทรวงการคลังได้ออกประกาศ เรื่อง ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 80) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 (เอกสารแนบ 2) และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 โดยลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิ งประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้
- รถยนต์ที่มความจุกระบอกสูบไม่เกิน 2,000 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า จากอัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันร้อยละ 30 (ซึ่งมีเพดานภาษีร้อยละ 50) ลดลงเหลือร้อยละ 25
- รถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบเกิน 2,000 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,500 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า จากอัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันร้อยละ 35 (ซึ่งมีเพดานภาษีร้อยละ 50) ลดลงเหลือร้อยละ 30
- รถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบเกิน 2,500 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า จากอัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันร้อยละ 40 (ซึ่งมีเพดานภาษีร้อยละ 50) ลดลงเหลือร้อยละ 35
- รถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบเกิน 3,000 ลบ.ซม. หรือมีกำลังเครื่องยนต์เกิน 220 แรงม้า จัดเก็บคงเดิมในอัตราภาษีที่จัดเก็บในปัจจุบันร้อยละ 50
รถยนต์ E20 ที่จะใช้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่นี้ จะต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อดังนี้
1. มีการออกแบบที่ผลิตให้เป็นรถยนต์ประเภทใช้เชื้อเพลิง ประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นส่วนผสมกันน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยโรงอุตสาหกรรมที่ผลิตรถยนต์รุ่นนั้นๆ โดยตรง
2. มีการรับประกันจากผู้ผลิตว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงประเ ภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้และ
3. ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานมลพิษจากสำนักงานมาตรฐานผ ลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ไม่ต่ำกว่าระดับ มอก. 2160-2546
6. มาตรฐานน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20
คุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 (แนบมาตรฐานแก๊สโซฮอล์) พบว่าคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 นั้นเทียบจะไม่ได้แตกต่างจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 มีค่าเพียง 3 ค่าที่แตกต่างคือ
1. อุณหภูมิการกลั่น
2. ความดันไอ
3. ปริมาณผสมเอทานอล
7. รถทุกคันสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้หรือไม่
ไม่ได้ รถยนต์ที่จะสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ต้องเป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับสัดส่วนผสมของเอทานอลที่สูงกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณเอทานอลที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในแก๊สโซฮอล์ E20 นั้น จะส่องผลถึงความสามารถในการกัดกร่อนยาง และโลหะในระบบเก็บส่งน้ำมันในเครื่องยนต์ การใช้งานจึงต้องเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบม าโดยเฉพาะ
8. ประโยชน์ของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ต่อผู้บริโภค
1. ผู้บริโภคได้ใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 95 ในราคาถูกลงกว่าลิตรละ 5 บาท
2. ราคารถยนต์ที่ใช้ E20ถูกลงจากการลดภาษีสรรพสามิตประมาณคันละ 5 หมื่น -1 แสนบาท
9. ข้อดีของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์
1. การเผาไหม้ของ E20 สมบูรณ์กว่าน้ำมันเบนซินปกติ จึงช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์
2. การใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ช่วยลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกลดกว่าร้อยละ 30
จากเอกสารเผยแพร่ “พลังงานทดแทน พลังงานแห่งอนาคต” ของกรมพัฒนาทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ให้คำจำกัดความว่า แก๊สโซฮอล์ เป็นน้ำมันที่เกิดจากการผสมของน้ำมันเบนซินกับเอทานอ ลที่มีความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.5 หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ที่ผลิตได้จากผลผลิตทางการเกษตร ผ่านกระบวนการหมัก กลั่นและทำให้บริสุทธิ์ มีสูตรโมเลกุลคือ C2H5OH และมีลักษณะเป็นของเหลวใสไม่มีสี จุดเดือดประมาณ 78 องศาเซลเซียส ติดไฟง่าย โดยนำมาใช้เพื่อทดแทนสาร MTBE (Methyl Tertiaryn Butyl Ether) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ผสมในน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มค่าอ๊อ กเทน
ประโยชน์ของเอทานอล
เอทานอลหรือ เอทิลแอลกอฮอล์สามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นส่วนประกอบใ นการผลิตสินค้าได้หลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ สินค้าที่ใช้รับประทานโดยตรงจำพวกเครื่องดื่มที่มีส่ วนผสมของแอลกอฮอล์ต่างๆ อุตสาหกรรมสี เครื่องสำอาง และเพื่อใช้ในทางการแพทย์ เป็นต้น
สำหรับการใช้เอทานอลเป็นพลังงานทดแทน จะผสมในอัตรา 10% ในน้ำมันเบนซิน ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับ ประกอบด้วย
ช่วยทดแทนสารเพิ่มออกเทน MTBE ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้า MTBE และน้ำมัน ได้ไม่น้อยกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี
ลดปัญหามลพิษทางอากาศ และการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ จากการทดแทนสาร MTBE ที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะ
แก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด อาทิ อ้อย มันสำปะหลัง โดยจำหน่ายได้ในราคาที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม
แม้ว่าอัตราสิ้นเปลืองของแก๊สโซฮอล์จะสูงกว่าน้ำมันเ บนซินปกติเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับราคาที่ถูกกว่า 2.50 บาทแล้ว ก็นับว่ายังคุ้มค่ากว่า อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจากการใ ช้วัตถุดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศ
บทสรุป
ภาครัฐและเอกชนร่วมแรงร่วมใจน้อมนำแนวพระราชดำริของพ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านพลังงานทดแทน มาขยายผลในวงกว้าง พร้อมส่งเสริมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความม ั่นใจต่อคุณภาพ และจูงใจให้หันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์กันอย่างแพร่หลา ย จนมีอัตราการขยายตัวสูงมาก ยังประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งให้กับประเทศชาติในระยะ ยาว จากแหล่งพลังงานทดแทนซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ
Tags: แก๊สโซฮอล์ E20
Posted in เรื่องทั่วไป
