Archive for the ‘seo’ Category
Approve link ที่ dunlinks.com
วันนี้นั่ง approve link ที่ dunlinks.com ถึงกับเซง ว่าทำไมการแกล้งกันบนเว็บมันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงหลังๆ เริ่มใช้เครื่องมือมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ link ที่อยู่บนเว็บ บูดๆ เบี้ยวๆ ไม่มีความดีเอาซะเลย
อีกทั้งยัง spam tag และ comment เป็น link อีกเพียบ ไม่มีมารยาทเลยจริงๆ หลายๆเว็บปิดการสมัครสมาชิกคงเพราะอย่างนี้แหละมั้ง แย่เลย
เราเองเปิดเว็บนี้เป็นบริการนึงซึ่งงจะทำให้ลูกค้าได้มาโปรโมทเว็บได้ ทำให้ bot วิ่งเข้าไปในเว็บ มีหน้าติด google หรือ search engine อื่นๆ แต่ทำไมทำกันแบบนี้ได้น้าาาา
เอาตัวอย่างมาให้ดูว่าทำผิดกันยังไง
เจอแบบนี้ก็แบนยก set แค่นั้นครับ
เพราะมัวแต่ไปแต่ง ไปจัดให้อยู่ก็คงเสียการเสียงานพอดี ใครที่มา post ก็ขอให้สุภาพด้วยนะครับ ไม่เอาอะไรที่ผิดกฏหมายครับ
การทำ Mod Rewrite (url friendly)
Mod_Rewrite คืออะไร?
Mod_Rewrite คือการแปลง URL ที่ดูยากให้อยู่ในรูปแบบที่เราต้องการ เพื่อประโยชน์หลายด้าน (ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป) และการแปลงเพื่อประโยชน์ด้าน SEO ก็เป็นอีกอันนึงที่มีการนำเอา Mod_Rewrite มาใช้ เพราะเรารู้กันดีว่า Search Engine ไม่ค่อยชอบ pages ที่เป็น dynamic ที่มี query string ยาวเฟื๊อย
อ้างถึง
ตัวอย่าง URL ที่ยาว และซับซ้อน
โค้ด:
http://www.site.com/viewcatalog.asp?category=hats&prodID=53
เมื่อผ่านการแปลง เราสามารถทำให้สั้นลงได้ดังนี้
โค้ด:
http://www.site.com/catalog/hats/53/
เริ่มทำ Mod_Rewrite
บาง Server ไม่สามารถจะทำ Mod_Rewrite ได้เนื่องจากไม่ได้ติดตั้ง Module Mod_Rewrite ดังนั้นถ้าเราจำเป็นต้องใช้ Mod_Rewrite ก็ต้องตรวจสอบดีๆก่อนเช่า host
.htaccess ไฟล์สำคัญในการทำ Mod_Rewrite
เราจะใช้ไฟล์นี้ในการกำหนด Rule ของการทำ Mod_Rewrite
เริ่มต้นด้วยคำสั่ง
RewriteEngine on
เพื่อเปิดการทำงาน เขียนไว้ในบรรทัดแรกสุดของไฟล์
ต่อไปจะเป็นการนำเอา Mod_Rewrite ไปให้งาน ซึ่งผมจะเริ่มด้วยตัวอย่างง่ายๆ และเขียน Rewrite Rule ง่ายก่อน แล้วก็ยกตัวอย่างต่อไปเรื่อยๆนะครับ
ใช้ Mod_Rewrite ในการทำ Redirects
ถ้าเราต้องการเปลี่ยน location เก่า ไปที่ Location ใหม่แบบถาวร
RewriteEngine on
RewriteRule ^old\.html$ new.html
ถ้าเราเขียนแบบนี้ เมื่อมีการใส่ url เป็น old.html มันก็จะถูกส่งไปที่ไพล์ new.html แต่ผู้เยี่ยมชมยังเห็น URL บน browser เป็น old.html อยู่เหมือนเดิม
อาจจะดูงงๆ อธิบายเพิ่มเติมดังนี้ RewriteRule จะประกอบด้วยกัน 3 ส่วน
1. Call to action RewriteRule ขึ้นต้นบรรทัด กำหนดว่าบรรทัดนี้เป็น Rewrite Rule
2. Pattern ^old\.html$ เป็นการตรวจสอบ URL ที่ใส่เข้ามาทาง Location Bar ของ Browser ซึ่งจะใช้ regex (Regular Expression) ในการตรวจสอบ (จะอธิบายเพิ่มเติมต่อไป)
3. Rewrite new.html เป็น URL ที่เราต้องการให้แปลงเป็นอันใหม่
หมายเหตุ: จริงๆมี 4 ส่วน แต่ในตัวอย่างเราใช้ 3 ส่วน
ขออธิบายในส่วนที่ 2 (Pattern) เพิ่มเติมดังนี้ ในส่วนนี้ประกอบด้วยเครื่องหมายสำคัญ 3 อย่างคือ
^old\.html$
- เครื่องหมาย The caret หรือ ^ เป็นการกำหนดจุดเริ่มต้น URL ที่อยู่ภายใต้ direcory ปัจจุบันที่เราจะตรวจสอบ ซึ่งก็คือ directory เดียวกับไฟล์ .htaccess
- เครื่องหมาย The dollar sign หรือ $ ซึ่งบอกจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ Pattern
- อีกเครื่องหมายนึงก็คือ The period หรือ . จุด ที่อยู่ข้างหน้านามสกุล html ซึ่งเครื่องหมาย จุด นั้นเป็นอักขระพิเศษ ใน regular expressions ซึ่งจะมีความหมายว่า แทนด้วยตัวอักษรใดๆ 1 ตัว (ดูเพิ่มเติมใน regular expressions ต่อจากนี้) แต่ในนี้เราจะตรวจสอบว่า ถ้า Pattern เป็น old.html หรือไม่ เราจึงต้องใส่ \ ซึ่งเป็น escape charactor ไว้ด้วย
เมื่อเราเขียนตามนี้ เมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บกรอกมาเป็น old.html server ก็จะทำ transparently redirect ไปที่ new.html โดยที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไม่รู้ตัวว่าเป็นข้อมูลอันใหม่แล้ว เพราะ URL บน browser เป็น old.html อยู่เหมือนเดิม
แต่ถ้าเราต้องการให้ URL ที่ปรากฏบน browser เป็น new.html ด้วย เราก็เพียงแต่เติม [R] เข้าไปต่อท้ายบรรทัด ดังนี้
RewriteRule ^old\.html$ new.html [R]
ซึ่ง [R] ก็คือ ส่วนที่ 4 ที่ผมบอกไว้ข้างบน
4. Command Flag [R] ซึ่งจะเป็นคำสั่งพิเศษกำหนดเงื่อนไขไว้ มีหลายคำสั่งซึ่งจะบอกไว้ตอนท้าย
การใช้ Regular Expressions
จะบอกว่า เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการทำ Rewrite และมันก็ทำความความเข้าใจได้ยากพอควร ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายเป็นขั้นตอน และยกตัวอย่างประกอบไปเรื่อยๆนะครับ
ตัวอย่างแรก
RewriteRule ^products/([0-9][0-9])/$ productinfo.php?prodID=$1
จะเปลี่ยนจาก
productinfo.php?prodID=11 หรือ productinfo.php?prodID=99
ให้เป็น
products/11/ หรือ products/99/
ดูที่ Pattern จะมีส่วนของที่อยู่ในปีกกาเหลี่ยม [ ] เราเรียกว่า ranges
ในตัวอย่างจะเป็น [0-9] ซึ่งจะใช้ตรวจสอบว่าเป็นตัวอักษรที่อยู่ในช่วง 0-9 ใดๆ
เราสามารถตรวจสอบ ranges อื่นได้ เช่น [A-Z] ตรวจสอบว่าเป็นตัวอักษรตัวใหญ่ตั้งแต่ A-Z
[a-z] ก็เป็นการตรวสอบตัวเล็ก, ถ้า [A-Za-z] ก็ตรวจสอบว่าเป็นทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก เป็นต้น
และใน Pattern ก็จะมีส่วนที่อยู่ในวงเล็บ ( ) เป็นการเก็บค่าที่เราตรวจสอบพบ และตรงตามเงื่อนไข ซึ่งเราสามารถเอาค่านี้ ส่งไปให้ PHP ในส่วนของ Query String ได้ เราเรียกค่าที่ได้จากวงเล็บนี่ว่า back-reference
เราสามารถตรวจสอบและแยก back-reference ออกได้หลายๆอันใน URL อันเดียว (ดูตัวอย่างต่อๆไป) ซึ่ง back-reference ในวงเล็บแรก เวลาเราอ้างถึงเราก็จะใช้ $1 ส่วนลำดับต่อๆไป ก็จะเป็น $2, $3 ไปเรื่อยๆ
ดังนั้นผู้เยี่ยมชมเว็บ(หรือ bot ก็ได้)ก็จะเห็น url เป็น products/11/ หรือ products/99/ ซึ่ง สั้นและกระชับ โดยหารู้ไม่ว่า เราได้ซ่อน URL ที่ไม่ค่อยสวยงามและอ่านยากไว้เบื้องหลัง
ใส่ / ต่อท้าย
บางครั้งผู้เยี่ยมชมเว็บ อาจจะพิมพ์ URL แค่ products/12 ซึ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบใน Pattern ด้านบน ก็จะไม่ตรง เพราะ Pattern ด้านบนจะต้องมี / ต่อท้ายด้วย มันจึงไม่ทำ transparently redirect ให้เรา
เราก็มีวิธีแก้เหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเราก็จะเขียน Rule ใหม่เพิ่มเข้าไปดังนี้
RewriteRule ^products/([0-9][0-9])$ products/$1/ [R]
RewriteRule ^products/([0-9][0-9])/$ productinfo.php?prodID=$1
ดังนั้น เมื่อ Server ตรวจเจอ products/12 ก็จะเปลี่ยน URL เป็น products/12/ และแสดง URL ให้บน Browser ด้วย เพราะเราใส่ [R] ไว้ด้วย เมื่อเจอเงื่อนไขบรรทัดที่ 2 ก็เลยไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งมันก็จะส่งเป็น transparently redirect ไปที่ productinfo.php?prodID=12 ตามความต้องการของเรา
การใช้ Match Quantifiers
จะเป็นว่าตัวอย่างข้างบน เรากำหนดเป็น ^products/([0-9][0-9])$ นั่นหมายความว่า ตัวเลขที่ตามหลัง products/xx ต้องมี 2 ตัวเท่านั้น ซึ่งก็จะเป็นไปได้สูงสุดแค่ 99 แล้วกรณี productinfo.php?prodID=100 ล่ะจะทำอย่างไร?
ในกรณีนี้ เราสามารถใช้ Quantifiers เป็นตัวกำหนดได้ (Quantifiers มีหลายตัว จะอธิบายต่อไปเรื่อยๆ) ดังตัวอย่าง
RewriteRule ^products/([0-9]+)$ products/$1/ [R]
เครื่องหมายบวก + แทนอักษรตั้งแต่ 1 ตัว ถึง n ตัว (ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป) ดังนั้น [0-9]+ ก็หมายความว่า เป็นตัวเลข 0-9 ตั้งแต่ 1 หลักขึ้นไป ถ้าเราใส่ products/1 หรือ products/1000 ก็สามารถ Match case นี้ได้แล้วครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมของ Rewrite Rule
RewriteRule
Regular expressions
Some hints about the syntax of regular expressions:
Text:
. Any single character
[chars] One of chars
[^chars] None of chars
text1|text2 text1 or text2Quantifiers:
? 0 or 1 of the preceding text
* 0 or N of the preceding text (N > 0)
+ 1 or N of the preceding text (N > 1)Grouping:
(text) Grouping of textAnchors:
^ Start of line anchor
$ End of line anchorEscaping:
\ char escape that particular charPattern Matching metacharacter Definitions
\ Use before any of the following characters to escape or null the meaning or it. \* \. \$ \+ \[ \]
^ Start matching at this point
$ End point of the match
. Any character
[] Starts a range
| Starts alternative match this|that would mean match this or that
() starts a back reference point
? match 0 or 1 time Quantifier
+ match atleast 1 or more times Quantifier
* match 0 to infinite times Quantifier
{} match minimum to maximum Quantifier {0,3} match up to 3 timesRange Definitions []
^ Negates the class. [^A-Z]+ means don?t match any uppercases
\ Use before any of the following characters to escape or null the meaning or it. [\+]+
- Range for matching [0-9]+ [a-zA-Z]+Command Flag
[R] Redirect you can add an =301 or =302 to change the type.
[F] Forces the url to be forbidden. 403 header
[G] Forces the url to be gone 401 header
[L] Last rule. (You should use this on all your rules that don?t link together)
[N] Next round. Rerun the rules again from the start
[C] Chains a rewrite rule together with the next rule.
[T] use T=MIME-type to force the file to be a mime type
[NS] Use if no sub request is requested
[NC] Makes the rule case INsensitive
[QSA] Query String Append use to add to an existing query string
[NE] Turns of normal escapes that are default in the rewriterule
[PT] Pass through to the handler (together with mod alias)
Skip the next rule S=3 skips the next 3 rules
[E] E=var sets an enviromental variable that can be called by other rules?
LINK:
http://www.askapache.com/htaccess/mod_rewrite-tips-and-tricks.html#default-mod-rewrite-hint
QR codes ด้วย Google Chart
Google เองมีบริการและโปรเจคเยอะมากนะครับ Google Chart เองก็เป็นบริการหนึ่งที่ ฟรี อิอิ และใช้งานได้ดีด้วยครับ
Google Chart คือบริการสำหรับสร้างกราฟ ตามชื่อเลยครับ เพียงเราส่ง agument ลงไป ให้ถูกต้องเราก็จะได้เป็น image ที่สวยงามกลับมาเลยทีเดียว ถึงจะไม่หวือหวามากแบบ flash แต่นี่ก็ดีถมไปแล้ว
Chart ที่มีตอนนี้ (Today = 12/5/2552) มีทั้งหมด 9 แบบ นะครับคือ
- Line charts
- Bar charts
- Pie charts Updated!
- Venn diagrams
- Scatter plots
- Radar charts
- Maps
- Google-o-meters
- QR codes
ที่เราจะสนใจวันนี้คือ QR codes ครับผม QR code ก็คือ barcode 2D หรือ barcode 2 มิติ นั่นเอง ซึ่งเริ่มมีการใช้งานมากขึ้นแล้วในไทยด้วย เช่นผมซื้อสินค้า nokia เมื่อวันก่อนเป็นหูฟัง ก็มี barcode แบบนี้อยู่ซึ่งมีนก็มีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว
ทีนี้เรามาดูวิธีการสร้าง QR codes barcode 2 มิติ นี้ด้วย google chart กันดีกว่า อย่างแรกเลยคือ Hello World ที่ google chart สร้างไว้เป็นตัวอย่างคือ
http://chart.apis.google.com/chart?chs=150×150&cht=qr&chl=Hello%20world&choe=UTF-8
ถ้าสังเกตุดีๆ ก็ส่ง parameter เข้าไปใน google chart แค่นี้เองก็ได้แล้ว อิอิ
มาดู parameter กันดีกว่าครับ
chs ก็คือ ขนาด ในที่นี้ก็คือ 150 x 150 px
cht ก็คือ รูปแบบกราฟ ในที่นี้คือ qr เพราะเราจะสร้าง QR codes
chl ก็คือ <text to encode> หมายถึงข้อมูลที่จะทำการ encode นั่นเอง
choe ก็คือ <output encoding> เวลาที่ ถอดรหัสออกมาให้เป็น encode แบบใหน จากตัวอย่างคือ UTF-8
ทีนี้ลองนี้บ้างครับ
555 link ของเว็บผมไงล่ะครับ
อ้างอิงจาก http://code.google.com/apis/chart/types.html#qrcodes
หน้าดี มีความหมาย link กระจาย SEO เยี่ยม
แหะขึ้นหัวข้อซะอย่างดี ก็เรื่องเดิมๆ ก็คือ SEO
ว่ากันด้วย SEO แล้วมันเป็นกลยุทธในการเดาจริงๆ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า algorithm เป็นอย่างไร อาจจะรู้คร่าวๆ แค่นั้น สิ่งที่ทำให้ เชือดเฉือนกันนิดหน่อยก็คือ การเดา เช่น วันนี้อยู่อันดับที่ 4 แล้วก็มีคู่แข่งอยู่อันดับ 5 เราก็ปรับหน้า page นิดหน่อยโดยการไปไฮไลท์ คำเพิ่ม 2-3 คำ แต่กลับกลายเราเป็นอันดับ 6 หรือตกไปอีกหน้า 2 หน้าเลย 555
เคยพูดเกี่ยวกับการนำ tool มาช่วยใช้เช่น twitter ที่เป็น social network มาแล้วด้วย วันนี้ก็เลยจะมาพูดเกี่ยวกับการสร้างหน้า page ที่ดี
.
วันนี้ที่จะพูดถึง ก็คือหลักการของการสร้างหน้า page ที่ดีและถูกใจ SE แน่นอน แต่ก็ไม่รับรองว่า หน้าที่คุณสร้างขึ้นมาตามหลักการนี้ จะอยู่หน้าแรกๆ อย่างตั้งใจ เพราะต้องดูอะไีรต่างๆ มากกมาย
ที่จะบอกก็คือ url, page title, meta keyword, meta descritpion, เนื้อหา ควรจะมี keyword ที่ต้องการเสมอ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แล้วยิ่ง มีใน tag ด้วยก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก
สร้างหน้าเว็บมาหน้านึงก็ ให้มีคุณค่าซะหน่อย อย่าให้มันอยู่ เฉยๆ แบบเดียวดายนะ
ใช้งาน Twitter API ด้วย PHP ผ่าน cUrl
การใช้งาน Twitter API นั้นง่ายที่สุดแล้ว แต่ จะว่าไป ก็ ยังยากสำหรับมือใหม่อยู่ดี วันนี้เลยจะมาเสนอ twitter api บรรทัดเดียวให้ดูกันว่า twitter API นั้นใช้งานง่ายจิงๆ
ก่อนอื่นเลย สิ่งที่จะต้องใช้ในงานนี้คือ
- ภาษาเขียนโปรแกรมอะไรก็ได้นะที่ execute command ได้
- ความรู้ในการต่อ string
- สามารถใช้ cUrl ได้
งั้นเรามาเขียนกันเลย
การเขียนนั้นง่ายแสนง่ายเพราะ cUrl นั่้นง่ายนิดเดียว เราจะมีหลักการเขียนที่ว่า
curl –basic –user USERNAME:PASS –data status=”MESSAGE” http://twitter.com/statuses/update.xml
ง่ายๆแค่นี้เอง
แล้วเราก็ทำ form ให้ส่งค่าข้อมูลไป หรือ จะเอาข้อมูลมาจากใหนก็ได้ โดยจะแสดงตัวอย่างเป็น PHP นะง่ายดี
<?php
if($_POST['message'] != ”){
$message = $_POST['message'];
$username = $_POST['username'];
$password = $_POST['password'];$command = ‘curl –basic –user ‘.$username.’:’.$password.’ –data status=”‘.$message.’” http://twitter.com/statuses/update.xml’;
$retval = system($command);
echo $command;
echo ‘<br />’;
echo $retval;}
?>
<form name=”twitterForm” action=”" method=”post” enctype=”multipart/form-data”>
message. <input type=”text” name=”message” value=”" /><br />
username. <input type=”text” name=”username” value=”" /><br />
password. <input type=”text” name=”password” value=”" /><br /><input type=”submit” value=”OK” />
</form>
อย่างนี้เป็นต้นนะครับผม
ลองเล่นๆกันดู post เข้าไปเลย twitter อ่ะ มันส์ ช่วย SEO ได้ด้วยนะ
ปล. web hosting ส่วนใหญ่ใช้ apache และจะ config saft_mode เป็น on จะไม่สามารถใช้ system(), exec(), shell_exec() ได้ ให้ดูด้วยนะว่าใช้ได้เปล่า




